⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 432/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2536

ป.วิ.อาญา ม.213, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 3 เพราะต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง แต่หากพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิด ถือเป็นเหตุในลักษณะคดีและเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 3 ได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 3 เพราะต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง แต่การที่พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดเป็นเหตุในลักษณะคดีและเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 3 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59, 81 และ 337 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337 ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 4,000 บาท จำเลยที่ 3 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนให้รอการลงโทษจำคุกให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56มีกำหนด 2 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคแรก ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปีและปรับคนละ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 มีกำหนดคนละ 2 ปี โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ส่วนฎีกาของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำผิดฐานกรรโชกตามที่โจทก์ฟ้อง สำหรับจำเลยที่ 3 แม้ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 3 เพราะต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง แต่การที่พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิด เป็นเหตุในลักษณะคดีและเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ศาลชั้นต้นจะไม่รับฎีกาโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 3 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานกรรโชกและลงโทษจำเลยมา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2536 นาย ตา บิน คำ โจทก์ นาย พิเชียร ภู่ เจริญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ตา บิน คำ · จำเลย - นาย พิเชียร ภู่ เจริญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมมาตร พรหมานุกูล · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 726/2487ฎีกา 11720/2555ฎีกา 3800/2564ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6344/2551ฎีกา 472/2539ฎีกา 2982/2562ฎีกา 3374/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ