คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4612/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการขอแรงทนายให้จำเลย และทนายจำเลยได้ทำหน้าที่ตลอดมาจนถึงที่สุด โดยจำเลยไม่เสียเปรียบในคดี ถือว่าจำเลยได้รับความช่วยเหลือจากทนายความตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
เจตนารมณ์ของ ป.วิ.อ.มาตรา 173 วรรคแรก นั้น เพื่อให้จำเลยมีทนายช่วยเหลือในการต่อสู้คดีที่เป็นความผิดอุกฉกรรจ์ซึ่งมีอัตราโทษประหารชีวิตดังนั้น แม้ก่อนเริ่มพิจารณาศาลชี้นต้นจะมิได้สอบถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ แต่ในวันสอบถามคำให้การจำเลย ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งขอแรงทนายให้จำเลย กับได้มีคำสั่งตั้งทนายที่ขอแรงไว้ก่อนเริ่มสืบพยานโจทก์ และทนายจำเลยก็ได้ทำหน้าที่ตลอดมาจนถึงที่สุดโดยไม่ปรากฎว่าจำเลยเสียเปรียบในเชิงคดี ทั้งจำเลยก็มิได้เปลี่ยนแปลงคำให้การของจำเลยแต่ประการใด ถือได้ว่าจำเลยยังคงให้การรับสารภาพ จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสอบถามคำให้การจำเลยอีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม · จำเลย - นายรุณ หรืออารุณ อินทรพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิระ บุญพจนสุนทร · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายวิโรจน์ สุขวโรตม์วัตร · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย ชื่นชมพูนุท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา