⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5598/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5598/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงออกโดยการลงชื่อและประทับตราบริษัทในการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสัญญาจ้างเหมาสร้างอาคาร ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ผู้ซื้อให้การว่าซื้อที่ดินและอาคารจากโจทก์ และโจทก์ให้การว่าผู้ซื้อว่าจ้างโจทก์ปลูกสร้างอาคาร ย่อมถือว่าโจทก์มีรายรับจากการรับเหมาก่อสร้างอาคารด้วย แม้บริษัทจะไม่ได้เสียภาษีเกี่ยวกับรายรับดังกล่าวก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซื้อที่ดินเนื้อที่ 16 ไร่เศษ มาแบ่งเป็นแปลงย่อยขายให้ผู้อื่น ในการซื้อขายได้จดทะเบียนนิติกรรมว่าขายเฉพาะที่ดิน ส่วนอาคารผู้ซื้อเป็นผู้สร้างเองและในการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโจทก์ลงชื่อเป็นผู้จะขาย และประทับตราบริษัท บ. ซึ่งโจทก์เป็นกรรมการผู้จัดการ และในวันเดียวกันยังได้ทำสัญญาจ้างเหมาสร้างอาคาร โดยโจทก์ลงชื่อเป็นผู้รับจ้างเหมาและประทับตราบริษัท บ.เหมือนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ซื้อที่ดินและอาคารทุกรายให้การต่อเจ้าพนักงานประเมินตรงกันว่าได้ซื้อที่ดินและอาคารจากโจทก์และในชั้นไต่สวนโจทก์ได้ให้การต่อเจ้าพนักงานประเมินว่าผู้ซื้อที่ดินได้ว่าจ้างโจทก์ปลูกสร้างอาคารในที่ดินที่ซื้อ ทั้งบริษัท บ. ไม่เคยเสียภาษีเกี่ยวกับรายรับจากการรับเหมาก่อสร้างอาคาร รายรับของโจทก์จึงมิได้มีเพียงรายรับจากการขายที่ดินเท่านั้น แต่มีรายรับจากการรับเหมาก่อสร้างอาคารรวมอยู่ด้วยโจทก์จึงต้องเสียภาษีการค้า สำหรับรายรับดังกล่าวด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนหรือแก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินภาษีการค้าจังหวัดพิษณุโลก เลขที่ 60 38/3/0001700019 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2532 (ที่ถูก 2529) กับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามแบบ ภ.ส.7 เลขที่ 2 ลงวันที่15 มิถุนายน 2532 นั้นเสีย จำเลยทั้งสี่ให้การ ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ได้ซื้อที่ดินที่ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำจังหวัดพิษณุโลกเนื้อที่ประมาณ 16 ไร่เศษ มาแบ่งเป็นแปลงย่อยขายให้ผู้อื่น ในการซื้อขายโจทก์ได้จดทะเบียนนิติกรรมโดยระบุว่าขายเฉพาะที่ดิน ส่วนอาคารผู้ซื้อเป็นผู้ปลูกสร้างเอง ในการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน โจทก์ลงชื่อเป็นผู้จะขาย และประทับตราบริษัทบูรพาเอ็นจิเนียริ่ง (กรุงเทพ) จำกัด ซึ่งโจทก์เป็นกรรมการผู้จัดการ และในวันเดียวกันยังได้ทำสัญญาจ้างเหมาปลูกสร้างอาคารโดยโจทก์ลงชื่อเป็นผู้รับจ้างเหมาและประทับตราบริษัทบูรพาเอ็นจิเนียริ่ง (กรุงเทพ) จำกัด เหมือนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ในการแบ่งขายที่ดินและรับจ้างปลูกสร้างอาคาร โจทก์และบริษัทบูรพาเอ็นจิเนียริ่ง (กรุงเทพ) จำกัด ไม่ได้เสียภาษีการค้าแต่อย่างใด เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 จึงได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าประเภทการค้า 11 การค้าอสังหาริมทรัพย์สำหรับเดือนธันวาคม 2527 เป็นเงินภาษีการค้าเบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลจำนวน 827,996.40 บาท เดือนมกราคม-ธันวาคม2528 จำนวน 2,709,268.58 บาท และ เดือนมกราคม-สิงหาคม2529 ให้เสียเบี้ยปรับและภาษีบำรุงเทศบาลรวมเป็นเงินจำนวน1,760 บาท โจทก์ได้อุทธรณ์คัดค้านประเมินต่อจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้ยกอุทธรณ์โจทก์ ข้อต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์มีว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบหรือไม่ โดยโจทก์อ้างว่าจำเลยได้นำรายรับจากการรับเหมาก่อสร้างของบริษัทบูรพาเอ็นจิเนียริ่ง (กรุงเทพ) จำกัด มาถือเป็นรายรับของโจทก์เห็นว่า รายรับส่วนนี้โจทก์อ้างว่าเป็นรายรับจากการรับเหมาก่อสร้างอาคารพาณิชย์บนที่ดินที่โจทก์ได้ซื้อมาแล้วจัดสรรแบ่งขายเป็นแปลง ๆ ส่วนการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ผู้ซื้อที่ดินเป็นผู้ตกลงจ้างบริษัทบูรพาเอ็นจิเนียริ่ง (กรุงเทพ) จำกัด ตามเอกสารหมาย จ.2-จ.4 โดยมีตัวโจทก์เบิกความสนับสนุนเอกสารเหล่านั้น แต่เมื่อพิจารณาพยานโจทก์ดังกล่าว ประกอบคำพยานจำเลยและพฤติการณ์ที่โจทก์ได้ให้การไว้ชั้นไต่สวนของเจ้าพนักงานก่อนที่จะประเมินภาษี ตามคำเบิกความของนางวาสนา บำรุงสุข ว่าได้สอบถามผู้ที่ซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์ทุกรายให้การตรงกันว่าได้ซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์จากโจทก์ และในการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน และจ้างเหมาปลูกสร้างอาคารตามเอกสารหมาย จ.2-จ.4 ได้กระทำในวันเดียวกันโดยโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทบูรพาเอ็นจิเนียริ่ง (กรุงเทพ) จำกัด เป็นผู้ลงนามและประทับตราบริษัท โดยเฉพาะในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโจทก์รับว่าเป็นที่ดินของโจทก์เอง แต่ก็ได้จัดทำเหมือนสัญญาจ้างเหมาปลูกสร้างอาคารและได้กระทำในวันเดียวกัน เป็นการสนับสนุนให้เห็นว่าน่าจะเป็นของเจ้าของรายเดียวกันทั้งโจทก์เคยให้การต่อเจ้าพนักงานประเมินในชั้นไต่สวนว่า ผู้ซื้อที่ดินได้ว่าจ้างโจทก์ให้ปลูกสร้างอาคารในที่ดินที่ซื้อ ทั้งบริษัทบูรพาเอ็นจิเนียริ่ง (กรุงเทพ) จำกัดไม่เคยเสียภาษีเกี่ยวกับรายรับจากการรับเหมาก่อสร้างอาคารเลยเป็นพฤติการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่าโจทก์เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายนี้จึงต้องเสียภาษีการค้าสำหรับรายรับจากการรับเหมาก่อสร้างอาคารที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษานั้นชอบแล้วอุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5598/2536 นาย สุวัฒน์ ฤกษ์เกรียงไกร โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุวัฒน์ ฤกษ์เกรียงไกร · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5890/2539ฎีกา 5775/2539ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530ฎีกา 2131/2537ฎีกา 4926/2533ฎีกา 2382/2534ฎีกา 4602/2531ฎีกา 520/2525ฎีกา 1899-1901/2520ฎีกา 1817-1818/2516ฎีกา 665/2523ฎีกา 2169/2534ฎีกา 6961/2540ฎีกา 7146/2545ฎีกา 1027/2510ฎีกา 423/2501ฎีกา 2297/2528ฎีกา 41/2516ฎีกา 1810/2533ฎีกา 2876-2877/2532ฎีกา 3775/2535ฎีกา 6624/2551ฎีกา 859/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ