⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 57/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าไม้แปรรูปเป็นไม้หวงห้ามที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ต้องมีพยานหลักฐานชัดแจ้งว่าไม้ดังกล่าวได้มาจากต้นไม้ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หากมีข้อสงสัยตามสมควรว่าไม้ที่ครอบครองอาจได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีแต่พยานบุคคลเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ว่าตอไม้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยปราศจากพยานหลักฐานเอกสารใด ๆ ที่จะยืนยันตามข้อกล่าวอ้าง ทั้งได้ความจากพยานโจทก์ว่าบริเวณตอไม้เป็นไร่นาไม่มีสภาพเป็นป่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลย ที่ดินที่จำเลยมีสิทธิครอบครองมีแนวเขตจดลำห้วยด้วย ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังไม่ชัดแจ้งว่าต้นตะเคียนทอง 2 ต้น อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่าไม้แปรรูปของกลางอาจเป็นไม้ที่แปรรูปจากต้นไม้ตะเคียนทองที่มิได้ตัดฟันจากป่าก็ได้ทั้งไม่ใช่เป็นสักหรือไม้ยาง จึงอาจไม่เป็นไม้หวงห้ามตามพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7 ซึ่งอาจได้รับการยกเว้นให้มีไว้ในครอบครองโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามมาตรา 50(4) ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 พระราชบัญญัติป่าไม้ ม.7 พระราชบัญญัติป่าไม้ ม.50

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 11, 48, 73, 74 จัตวา สั่งริบของกลาง และจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73 วรรคสอง, 74 ลงโทษจำคุก 9 ปี การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี ริบของกลางส่วนที่ขอให้จ่ายสินบนนำจับ ศาลมิได้ลงโทษปรับ จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สำหรับปัญหาที่ว่า ตอไม้ตะเคียนทองจำนวน2 ตอ ดังกล่าวอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยหรืออยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาตินั้น ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานโจทก์มีแต่พยานบุคคลเบิกความลอย ๆไม่ปรากฏพยานหลักฐานเอกสารใด ๆ มายืนยันให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าตอไม้ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ข้อนี้ โจทก์มีนายธนู สุขฉายา นายอำเภอน้ำโสม นายประเสริฐ ลี้ตระกูลป่าไม้อำเภอน้ำโสม นายมานพ ฐิติชัยรัตน์ ซึ่งขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งที่ดินอำเภอน้ำโสม และนายฉลาด ผลสุข กำนันตำบลน้ำโสม เป็นพยานโดยเบิกความในทำนองเดียวกันว่า ตอไม้ตะเคียนทองจำนวน 2 ตอ อยู่นอกเขตที่ดินของจำเลยและอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฝ่ายจำเลยนำสืบยืนยันว่า ตอไม้ตะเคียนทองดังกล่าวอยู่ในเขตที่ดินของจำเลย ซึ่งจำเลยทำไร่ข้าวโพดมานานแล้ว และจำเลยได้ขออนุญาตตัดฟันต่อทางราชการแล้ว ปรากฏรายละเอียดตามเอกสารหมาย ล.1 ถึงล.5 ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นอกจากโจทก์มีแต่พยานบุคคลเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ ว่า ตอไม้ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยปราศจากพยานหลักฐานเอกสารใด ๆ ที่จะยืนยันให้เห็นโดยชัดแจ้งตามข้อกล่าวอ้างแล้วนายฉลาดพยานโจทก์ยังได้ตอบโจทก์ถามติงว่าที่ดินซึ่งมีตอไม้ทั้ง 2 ตออยู่เป็นไร่ข้าวโพดของจำเลยทำอยู่จำเลยทำไร่บริเวณนั้นมานานแล้ว ตั้งแต่พยานเกิดมาก็เห็นแล้วส่วนนายประเสริฐพยานโจทก์ก็ได้ตอบทนายจำเลยถามค้านว่าบริเวณตอไม้เป็นพื้นที่ซึ่งได้ถากถางสำหรับทำไร่ทำนา ไม่มีสภาพเป็นป่านอกจากนั้นนายมานพพยานโจทก์อีกปากหนึ่งก็ตอบทนายจำเลยถามค้านว่าสภาพบริเวณที่พบตอไม้ไม่มีสภาพเป็นป่า แต่เป็นที่ดินซึ่งถากถางแล้วตอไม้อยู่ริมฝั่งลำห้วยด้านที่ดินของจำเลย ศาลฎีกาได้ตรวจพิเคราะห์หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ของจำเลย เอกสารหมาย ล.3ปรากฏว่า ที่ดินที่จำเลยมีสิทธิครอบครองมีแนวเขตด้านทิศตะวันออกจดลำห้วยด้วย ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังฟังไม่ได้ชัดแจ้งว่าต้นไม้ตะเคียนทอง 2 ต้น ที่โต้เถียงกันอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่า ไม้แปรรูปของกลางอาจเป็นไม้ที่แปรรูปจากต้นไม้ตะเคียนทองที่มิได้ตัดฟันจากป่าก็ได้ ทั้งไม่ใช่เป็นไม้สักหรือไม้ยาง จึงอาจไม่เป็นไม้หวงห้ามตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งอาจได้รับการยกเว้นให้มีไว้ในครอบครองโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 50(4) ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด อุดรธานี โจทก์ นาย เสถียร ศรีบุญเรือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อุดรธานี · จำเลย - นาย เสถียร ศรีบุญเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ