⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 973/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยย่อมมีสิทธิฎีกาในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องได้ แม้จะมิได้ให้การในประเด็นดังกล่าวไว้โดยชัดแจ้งก็ตาม คำสั่งศาลในคดีก่อนที่แสดงว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์นั้น ไม่ผูกพันบุคคลภายนอกซึ่งไม่ทราบถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาและไม่มีโอกาสโต้แย้งคัดค้าน

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะมิได้ให้การเรื่องอำนาจฟ้องไว้โดยชัดแจ้ง แต่จำเลยก็ได้ให้การและอุทธรณ์ต่อมาถึงการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอีกคดีหนึ่งว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ไว้แล้ว ทั้งอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนจำเลยจึงฎีกาในปัญหานี้ได้ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคดีก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์นั้น แม้โจทก์ทั้งหกในคดีนี้จะมิได้เป็นคู่ความในคดีก่อน แต่ถ้าโจทก์ทั้งหกทราบเรื่องที่จำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์แล้ว โจทก์ทั้งหกไม่โต้แย้งคัดค้านภายในเวลาที่ศาลกำหนด โจทก์ทั้งหกก็ย่อมหมดสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านอีกต่อไป เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทั้งหกไม่ทราบเรื่องที่จำเลยยื่นคำร้องขอและการดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีดังกล่าวจึงถือว่าโจทก์ทั้งหกเป็นบุคคลภายนอกคำสั่งศาลชั้นต้นในคดีก่อนไม่ผูกพันโจทก์ทั้งหก ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยเป็นเพียงผู้อาศัยในที่ดินพิพาท จำเลยไม่ฎีกาโต้แย้งคำวินิจฉัยนี้ ข้อเท็จจริงจึงยุติตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าว ที่จำเลยฎีกาว่า ขอถือเอาอุทธรณ์ของจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาด้วยนั้น เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของนายตั๋น เขียวคำ จำเลยได้มาขออาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ ต่อมานายตั๋นถึงแก่กรรม โจทก์ทั้งหกเป็นทายาทนายตั๋น ได้รับมรดกที่ดินพิพาทมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ ต่อมา พ.ศ.๒๕๓๐ จำเลยยื่นคำร้องขอต่อศาลขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย โจทก์ทั้งหกไม่ทราบมาก่อนขอให้มีคำสั่งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวไม่ผูกพันโจทก์ทั้งหก ให้จำเลยและบริวารส่งมอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างคืนโจทก์ จำเลยให้การว่า เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ นายตั๋นได้ขายที่ดินพิพาทให้จำเลย แต่ยังมิได้โอนทางทะเบียน จำเลยเข้าทำกินและครอบครองเป็นเจ้าของโดยสงบ เปิดเผยเป็นเวลากว่า๑๐ ปี จำเลยได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามคำสั่งศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่๒๖๑/๒๕๓๐ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของนายตั๋น เขียวคำ สามีโจทก์ที่ ๑ บิดาโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๖ จำเลยเข้าไปอยู่ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๔ นายตั๋นถึงแก่กรรมเมื่อพ.ศ.๒๕๒๖ โจทก์ทั้งหกรับมรดกที่ดินพิพาทในฐานะทายาทโดยธรรมของนายตั๋น เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘จำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐ โดยโจทก์ทั้งหกมิได้เข้าเป็นคู่ความในคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๖๑/๒๕๓๐ว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๖๑/๒๕๓๐ ให้ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์แล้วย่อมมีผลผูกพันโจทก์ทั้งหก เพราะโจทก์ทั้งหกเป็นผู้เกี่ยวข้องและมีส่วนได้เสียโดยตรงในคดีแพ่งดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งหกไม่ใช้สิทธิคัดค้าน ถือว่าโจทก์ทั้งหกสละสิทธิและเป็นการยอมรับอยู่ในตัวว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย โจทก์ทั้งหกจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาข้อนี้โจทก์ทั้งหกแก้ฎีกาว่าจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้หรือว่ากล่าวมาในศาลล่าง ต้องห้ามมิให้ศาลฎีการับวินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะมิได้ให้การเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ไว้โดยชัดแจ้ง แต่จำเลยก็ได้ให้การและอุทธรณ์ต่อมาถึงการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๖๑/๒๕๓๐ ว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ไว้แล้ว ทั้งอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความเรียบร้อยของประชาชน จำเลยจึงฎีกาในปัญหานี้ได้ สำหรับปัญหาที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๖๑/๒๕๓๐ที่ให้ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์มีผลผูกพันโจทก์ทั้งหกหรือไม่นั้นเห็นว่า แม้โจทก์ทั้งหกจะมิได้เป็นคู่ความในคดีที่จำเลยร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ แต่ถ้าโจทก์ทั้งหกทราบเรื่องที่จำเลยยื่นคำร้องขอดังกล่าว แล้วโจทก์ทั้งหกไม่โต้แย้งคัดค้านเสียภายในเวลาที่ศาลกำหนดไว้ โจทก์ทั้งหกก็ย่อมหมดสิทธิโต้แย้งคัดค้านอีกต่อไป ในปัญหาที่ว่าโจทก์ทั้งหกทราบเรื่องที่จำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่นั้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งหกไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีที่จำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ก็ไม่ได้มีการส่งสำเนาคำร้องขอดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งหกซึ่งปรากฏชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์อยู่ในโฉนดที่ดินพิพาทแต่อย่างใด โจทก์ทั้งหกย่อมไม่อาจโต้แย้งคัดค้านคำร้องขอของจำเลยได้ ถือว่าโจทก์ทั้งหกเป็นบุคคลภายนอก คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๖๑/๒๕๓๐ ไม่ผูกพันโจทก์ทั้งหก โจทก์ทั้งหกจึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้เพื่อพิสูจน์ว่าโจทก์ทั้งหกมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ (๒) ส่วนปัญหาที่ว่า โจทก์ทั้งหกมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า จำเลยเป็นเพียงผู้อาศัยในที่ดินพิพาทเท่านั้น จำเลยไม่ได้ฎีกาโต้แย้งคำวินิจฉัยข้อนี้ ข้อเท็จจริงจึงยุติตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยขอถือเอาอุทธรณ์ของจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของฎีกาด้วยนั้น เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2536 นางเบ้า เขียวคำ กับพวก โจทก์ นางบุญทอง เขียวคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเบ้า เขียวคำ กับพวก · จำเลย - นางบุญทอง เขียวคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประดิษฐ์ เอกมณี · อัมพร เดชศิริ · วิทูรย์ สุทธิประภา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายปัญญารัตน์ วิระยะวานิช · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายพูนศักดิ์ จงกลนี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา