⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1382/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พยานซึ่งเป็นผู้เสียหายได้ระบุตัวผู้กระทำผิดได้ชัดเจนในขณะเกิดเหตุ และต่อมาได้ยืนยันการระบุตัวดังกล่าวต่อบิดาผู้ซึ่งได้แจ้งความดำเนินคดี และต่อมาได้เบิกความยืนยันต่อศาล โดยไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าพยานจะเบิกความปรักปรำโดยไม่เป็นธรรม ถือเป็นพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือในการพิสูจน์ความผิดของผู้กระทำผิดได้

ย่อคำพิพากษา

เหตุเกิดเวลากลางคืนมีไฟนีออนเปิดสว่าง โจทก์ร่วมและจำเลยรู้จักกันดี ขณะโจทก์ร่วมนอนอยู่เห็นจำเลยปีนหน้าต่างเข้ามาแล้วใช้ไม้ตีโจทก์ร่วมเอาสร้อยคอทองคำไปแล้วตีซ้ำอีก 2 ที เมื่อโจทก์ร่วมฟื้นขึ้นมาได้พบ ค.ซึ่งเป็นบิดาก็ได้บอกค. ว่าคนร้ายคือจำเลย ค. ได้รีบไปแจ้งความและนำเจ้าพนักงานตำรวจไปจับจำเลยได้ ค. พยานโจทก์ก็ได้เบิกความยืนยันรับรองข้อเท็จจริงดังกล่าว โจทก์ร่วมและจำเลยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันไม่มีข้อน่าระแวงว่า โจทก์ร่วมจะเบิกความใส่ร้ายจำเลยพยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงเชื่อถือได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 33ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514ข้อ 14 ริบไม้ของกลางและให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ชิงไปหรือใช้ราคา2,480 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานายเรวัตร สุวรรณมาโจ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสี่ จำคุก 15 ปี ริบของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 2,480 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาตามฎีกาจำเลยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริงหรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมมีตัวโจทก์ร่วมเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้ไม้ตีโจทก์ร่วมแล้วกระชากเอาสร้อยคอทองคำของโจทก์ร่วมไป ได้พิจารณาคำเบิกความของโจทก์ร่วมแล้ว ได้ความว่า โจทก์ร่วมและจำเลยรู้จักกันดีและในคืนนั้นก่อนเกิดเหตุโจทก์ร่วมมานอนเฝ้าโรงเรียนแทนบิดา โดยมีจำเลยและเพื่อนของโจทก์ร่วมอีกหลายคนมาอยู่ด้วย ครั้นเวลาประมาณ24 นาฬิกา เพื่อนบางคนได้กลับไป คงเหลือแต่โจทก์ร่วม จำเลยนายบุญยง นายมานพ และนายโสภณ ต่อมาเวลาประมาณ 2 นาฬิกาจำเลยกับพวกที่เหลือจึงพากันกลับไปคงเหลือแต่โจทก์ร่วมคนเดียวเวลาประมาณ 3 นาฬิกา ขณะโจทก์ร่วมนอนอยู่นั้นได้ยินเสียงคนปีนหน้าต่างเข้ามาได้มองดูก็เห็นเป็นจำเลย จำเลยใช้ไม้ตีโจทก์ร่วมเอาสร้อยคอทองคำไปแล้วตีซ้ำอีก 2 ที เห็นว่าขณะนั้นมีไฟฟ้านีออนเปิดสว่าง จึงเชื่อได้ว่าโจทก์ร่วมเห็นและจดจำจำเลยได้เพราะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว นอกจากนั้นเมื่อโจทก์ร่วมฟื้นขึ้นมาได้พบนายคูณบิดาก็ได้บอกนายคูณว่าคนร้ายคือจำเลย นายคูณได้รีบไปแจ้งความและนำเจ้าพนักงานตำรวจไปจับจำเลยได้ นายคูณพยานโจทก์ก็ได้เบิกความยืนยันรับรองข้อเท็จจริงดังกล่าว โจทก์ร่วมและจำเลยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน ไม่มีข้อน่าระแวงว่าโจทก์ร่วมจะเบิกความใส่ร้ายจำเลย พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงเชื่อได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตามฟ้องโจทก์ ที่จำเลยอ้างในฎีกาว่า คำเบิกความของโจทก์ร่วมมีพิรุธหรือขัดกับเหตุผลนั้นไม่มีน้ำหนักรับฟังดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยไว้แล้ว พยานฐานที่อยู่ของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด นครพนม โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย เรวัตร สุวรรณมาโจ โจทก์ นาย เกรียงไกร เขียว วงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครพนม · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย เรวัตร สุวรรณมาโจ · จำเลย - นาย เกรียงไกร เขียว วงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม มั่งมีดี · จเร อำนวยวัฒนา · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ