คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 160/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับตามคำพิพากษาต้องจำกัดอยู่เฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น จะกระทบถึงสิทธิของบุคคลภายนอกที่มิได้เป็นคู่ความในคดีมิได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าที่ดินพิพาท ร.สามีจำเลยเป็นผู้ไปแจ้งการครอบครอง และ ร.ได้นำที่ดินไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ทั้งปรากฏตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวว่ามีชื่อ ร.เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ต่อมา ร.ตาย จำเลย และบุตรได้จดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินแปลงนี้ต่อมาตั้งแต่ก่อนโจทก์ฟ้องคดี เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งหมดมาด้วย คำพิพากษาอุทธรณ์ที่พิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่พิพาทให้แก่โจทก์ด้วยนั้น จึงมีผลเป็นการบังคับบุคคลนอกคดี ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียใหม่ให้ถูกต้องโดยพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของจำเลยเท่านั้นแก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเสงี่ยม แซ่ตั้ง · จำเลย - นางรัง สุขเจริญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสิทธิ์ แสนศิริ · วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดรธานี - นางวิไล นภานุเคราะห์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายปรีชา นาคพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา