คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1956/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ค้ำประกันจะรับผิดเมื่อหนี้ถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาลแล้วเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ข้อความในสัญญาค้ำประกันระบุว่า ผู้ร้องจะยอมรับผิดชำระหนี้แทนลูกหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งให้ลูกหนี้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ และคดีถึงที่สุดแล้วเท่านั้นเมื่อคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์อาจยืน ยก แก้ หรือกลับเสียซึ่งคำสั่งของศาลชั้นต้นก็ได้ จึงยังฟังเป็นที่แน่นอนและถึงที่สุดแล้วไม่ได้ ผู้ร้องจึงยังไม่ต้องรับผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยค้า · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - นางบุญศรี ชูติกมลธรรม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสมอ อินทรศักดิ์ · สวิน อักขรายุธ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวสันต์ ตรีสุวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา