⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1978/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1978/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำพินัยกรรมต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ หากไม่ถูกต้องตามแบบ พินัยกรรมนั้นจะตกเป็นโมฆะ และผู้รับพินัยกรรมจะไม่มีสิทธิขอตั้งเป็นผู้จัดการมรดก

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายไม่ได้ลงลายมือชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าพยานทั้งสองคนแม้ขณะพยานทั้งสองลงลายมือชื่อเป็นพยาน ผู้ตายและพยานทั้งสองจะอยู่พร้อมหน้ากันก็ตาม ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการทำพินัยกรรมตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ พินัยกรรมดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1705 ผู้คัดค้านในฐานะผู้รับพินัยกรรมจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายไม่มีสิทธิขอตั้งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1705 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นน้องร่วมบิดามารดากับนายก้าน แสนกล้า นายก้านถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมและไม่ได้แต่งตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า นายก้าน แสนกล้า ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้ผู้คัดค้านแต่ผู้เดียวและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดก ผู้ร้องแถลงคัดค้านว่า พินัยกรรมที่ผู้คัดค้านอ้างมานั้นเป็นพินัยกรรมปลอม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ยกคำร้องของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ยกคำร้องของผู้คัดค้านผู้ร้องหรือผู้คัดค้านสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้ตายทำพินัยกรรมระบุว่าให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ปรากฏตามพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.ค.8และ ร.ค.9 ปรากฏว่าพินัยกรรมทั้งสองฉบับนี้ทำเป็นเอกสารพิมพ์ดีดซึ่งเป็นพินัยกรรมแบบธรรมดา ผู้ทำพินัยกรรมจึงต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 วรรคแรก พินัยกรรมทั้งสองฉบับนี้มีผู้ลงลายมือชื่อเป็นพยานสองคนคือนายพลัน สุขสนิท และนายอ้วน แสนกล้า แต่นายพลันพยานผู้คัดค้านเบิกความว่า ขณะพยานลงลายมือชื่อเป็นพยานในพินัยกรรม ผู้ตายได้ลงลายมือชื่อไว้ในพินัยกรรมก่อนแล้ว ผู้ตายจะลงลายมือชื่อไว้ในพินัยกรรมตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบนายอ้วนลงลายมือชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมต่อจากนายพลัน นายอ้วนพยานผู้คัดค้านเบิกความว่า ขณะลงลายมือชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมเห็นมีลายมือชื่อผู้ตายอยู่แล้ว ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ผู้ตายไม่ได้ลงลายมือชื่อในพินัยกรรมดังกล่าวต่อหน้านายพลันและนายอ้วน แม้ขณะนายพลันและนายอ้วนลงลายมือชื่อเป็นพยาน ผู้ตายและพยานทั้งสองจะอยู่พร้อมหน้ากันดังผู้คัดค้านฎีกาก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการทำพินัยกรรมตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้พินัยกรรมดังกล่าวจึงเป็นพินัยกรรมที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 วรรคแรก ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1705 ผู้คัดค้านมิได้เป็นทายาทของผู้ตาย แต่อ้างว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในฐานะเป็นผู้รับพินัยกรรมเมื่อพินัยกรรมตกเป็นโมฆะ ผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย จึงไม่มีสิทธิขอให้ตั้งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งและศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาต้องกันมานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1978/2537 นาย ยาน แสน กล้า ผู้ร้อง นางสาว วรรณทนีย์ แสน กล้า ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาย ยาน แสน กล้า · ผู้คัดค้าน - นางสาว วรรณทนีย์ แสน กล้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย สุขพรหม · ยงยุทธ ธารีสาร · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 3188/2533ฎีกา 5080/2542ฎีกา 472/2532ฎีกา 4639/2540ฎีกา 6360/2539ฎีกา 9165/2544ฎีกา 453/2521ฎีกา 1368/2534ฎีกา 3299/2533ฎีกา 3643/2542ฎีกา 174/2524ฎีกา 6291/2554ฎีกา 2241/2566ฎีกา 1248/2530ฎีกา 9317/2556ฎีกา 1086/2520ฎีกา 8222/2540ฎีกา 1642-1643/2530ฎีกา 5022/2533ฎีกา 596/2546ฎีกา 359/2521ฎีกา 1279/2502ฎีกา 419/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ