คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2079/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินโดยความสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเกินกว่าสิบปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์ แม้การยกให้จะมิได้ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
การที่ อ.ยกที่ดินมีโฉนดให้แก่โจทก์และ ก. การยกให้นั้นมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ได้มอบโฉนดที่ดินและใบนำสำรวจพื้นที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ให้แก่โจทก์ โจทก์กับ ก.ต่างครอบครองที่ดินที่ได้รับการยกให้นั้นตามส่วนของตน เมื่อโจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทมาเกินกว่า10 ปี โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382
คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งว่า ก.ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาททั้งแปลงนั้น ศาลไม่อาจบังคับได้เพราะคำสั่งดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว แต่โจทก์เป็นบุคคลนอกคดีสามารถพิสูจน์ได้ว่าที่ดินพิพาทส่วนหนึ่งเป็นของโจทก์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 (2)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวฉวี เสียงลือชา · จำเลย - นายฮงหรือธง ฟักแก้ว กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพศาล รางชางกูร · นิเวศน์ คำผอง · ประสิทธิ์ แสนศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายจักรกฤษณ์ อนันต์สุชาติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ น้าประเสริฐ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา