คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2122/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยได้นับแต่วันที่ตนได้ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว โดยไม่จำต้องบอกกล่าว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จ่ายเงินแทน ป. ผู้เอาประกันภัยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2530 โจทก์จึงเป็นผู้รับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 สิทธิของโจทก์ย่อมเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่โจทก์ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไปโดยมิต้องบอกกล่าวจึงชอบที่จะคิดดอกเบี้ยได้นับแต่วันที่โจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า วันที่ 9 มีนาคม 2530 นายประยูร ยายีผู้มีสิทธิครอบครองและใช้รถยนต์เก๋ง หมายเลขทะเบียนป้ายแดงก-1572 กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำประกันภัยไว้แก่โจทก์ ได้ขับรถคันดังกล่าวจากจังหวัดภูเก็ตมุ่งหน้าไปจังหวัดกระบี่ ขณะที่รถแล่นมาตามถนนเพชรเกษมถึงสามแยกปลารัง มีรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน70-0790 สงขลา ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 แล่นมาด้วยความประมาทเฉี่ยวชนกับรถของนายประยูรทำให้รถของนายประยูรได้รับความเสียหายมาก โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ความเสียหายให้แก่นายประยูรไปแล้วจึงเข้ารับช่วงสิทธิจากนายประยูร ซึ่งโจทก์ติดต่อทวงถามจำเลยทั้งสองแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน81,855 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 76,100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่ารถหมายเลขทะเบียนป้ายแดง ก-1572 กรุงเทพมหานครไม่ใช่รถคันที่เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิรับช่วงสิทธิ อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะนายประยูร ยายี ขับรถด้วยความประมาทด้วยความเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ค่าเสียหายของรถที่นายประยูรขับเล็กน้อยซ่อมไม่เกิน 15,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 44,060 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อสุดท้ายซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 14ธันวาคม 2530 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ชำระเงินแก่นายประยูรผู้เอาประกันภัยไปหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่าจำเลยจะผิดนัดต่อเมื่อมิได้ชำระเงินตามหนังสือทวงถามของโจทก์ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบว่าจำเลยได้รับหนังสือทวงถามเมื่อใด และครบกำหนดที่จำเลยต้องชำระค่าเสียหายเมื่อใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์จ่ายเงินแทนนายประยูร ผู้เอาประกันภัยครั้งสุดท้ายวันที่ 14 ธันวาคม 2530โจทก์จึงเป็นผู้รับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 880 และสิทธิของโจทก์ย่อมเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่โจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไปโดยมิต้องบอกกล่าว จึงชอบที่จะคิดดอกเบี้ยได้นับแต่วันที่โจทก์ ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไปที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยรับผิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม2530 เป็นต้นไปจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2122/2537
บริษัท อา คเนย์ ประกันภัย จำกัด โจทก์
บริษัท สหโรจน์ ขนส่ง จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท อา คเนย์ ประกันภัย จำกัด · จำเลย - บริษัท สหโรจน์ ขนส่ง จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวรรณ ตระการพันธุ์ · นิเวศน์ คำผอง · ปราโมทย์ บุนนาค |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ