⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2266/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2266/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองที่สาธารณะโดยชอบก่อน ย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้ที่เข้ามาครอบครองภายหลัง และมีอำนาจฟ้องห้ามมิให้ผู้อื่นรบกวนการครอบครองและเรียกค่าเสียหายได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เข้าครอบครองและปลูกพืชไร่ในที่พิพาทอันเป็นที่สาธารณะประชาชนใช้ทำประโยชน์ร่วมกันอยู่ก่อน โจทก์ย่อมมีสิทธิดีกว่าจำเลยเมื่อจำเลยเข้าไปไถพืชไร่ที่โจทก์ปลูกไว้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องห้ามมิให้จำเลยเข้ารบกวนการครอบครองที่พิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ใช้สิทธิครอบครองทำประโยชน์ที่ดินมือเปล่าโดยปลูกพืชไร่ ทำสวนผักตามฤดูกาล และปลูกต้นมะพร้าว มะม่วง มะขามมานานกว่า 5 ปีแล้ว จำเลยได้ร่วมกันเข้าไปไถปรับหน้าที่ดินโจทก์ที่ครอบครองอยู่เป็นเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่เข้ารบกวนสิทธิครอบครองในที่ดินที่โจทก์ใช้สิทธิครอบครองอยู่ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 4,000 บาท จำเลยทั้งสี่ให้การว่า ที่ดินพิพาทตามฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของลำรางสาธารณะ ปัจจุบันได้กลายเป็นทางเดินของคนในหมู่บ้านที่จำเป็นต้องใช้รถไถเข้าออกไร่ของตนเอง โจทก์มิได้ครอบครองไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่เข้ารบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทภายในกรอบสีแดงในแผนที่สังเขปเอกสารหมาย จ.1ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 700 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะเลิกรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทที่โจทก์ครอบครอง จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่ที่ว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ ประชาชนใช้ทำประโยชน์ร่วมกันโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีอำนาจให้ชดใช้ค่าเสียหายนั้น เห็นว่าที่พิพาทแม้จะเป็นที่สาธารณะตามที่จำเลยทั้งสี่ฎีกา เมื่อโจทก์เข้าครอบครองและปลูกพืชไร่ จำเลยทั้งสี่ย่อมไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะเข้าไปไถพืชไร่ที่โจทก์ปลูกไว้ โจทก์เป็นผู้ครอบครองอยู่ก่อนย่อมมีสิทธิดีกว่าจำเลยทั้งสี่ เมื่อจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสี่ได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2266/2537 นาย สุรัตน์ เพชรสุขุม โจทก์ นาย นิยม พวงสาหร่าย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุรัตน์ เพชรสุขุม · จำเลย - นาย นิยม พวงสาหร่าย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · ประยูร มูลศาสตร์ · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ