คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2386/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ให้เสร็จไปด้วยการต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์และนางสาว ก. ในฐานะผู้รับประโยชน์ได้ใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมจ่ายอ้างว่าสัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะและขอบอกล้างสัญญา ย่อมเกิดข้อพิพาทตามสัญญาประกันชีวิตขึ้นแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 เสนอคืนเงินเบี้ยประกันภัยให้แก่โจทก์และนางสาว ก.แทนการชำระเงินตามสัญญาระกันชีวิตตามที่โจทก์และนางสาว ก.เรียกร้องหรือคืนเงินค่าไถ่ถอนกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์และนางสาว ก.ตกลงยอมรับเอาเงินเบี้ยประกันภัยคืนตามที่จำเลยที่ 1 เสนอ และสัญญาว่าจะไม่เรียกร้องเอาเงินหรือประโยชน์อื่นใดตามกรมธรรม์จากจำเลยที่ 1 อีก ย่อมเป็นการที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทตามสัญญาประกันภัยซึ่งมีอยู่นั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน บันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ป.พ.พ. มาตรา 850 บัญญัติไว้ ทำให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์และนางสาว ก.ตามสัญญาประกันชีวิตระงับสิ้นไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายปรีชา ศรีสารคาม · จำเลย - บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนพ กีรติยุติ · นิเวศน์ คำผอง · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายชูศักดิ์ ทองวิทูโกมาลย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายปรีชา นาคพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา