⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2420/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2420/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องคัดค้านการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติจะต้องกระทำภายในแปดวันนับแต่วันที่ทราบการฝ่าฝืน แต่ต้องกระทำก่อนการบังคับคดีเสร็จสิ้น หากการบังคับคดีเสร็จสิ้นแล้ว จะไม่สามารถร้องคัดค้านได้อีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

การร้องคัดค้านการบังคับคดีจะต้องร้องคัดค้านภายในแปดวันนับแต่ทราบการฝ่าฝืน แต่ต้องกระทำเสียก่อนที่การบังคับคดีได้เสร็จลงหากการบังคับคดีได้เสร็จลงไปแล้วแม้เพิ่งทราบการฝ่าฝืนก็ร้องคัดค้านอีกไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา296 วรรคสอง จำเลยที่ 2 ฎีกาอ้างว่าหมายบังคับคดีให้ยึดทรัพย์จำเลยที่ 1แต่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ 2 โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีนั่นเอง กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ซึ่งจำเลยที่ 2 จะต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่ทราบการฝ่าฝืนนั้นเมื่อปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2แล้วจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับรักษาทรัพย์ที่ยึดไว้เองตั้งแต่วันที่5 มีนาคม 2531 โดยไม่โต้แย้งคัดค้าน จนกระทั่งมีการขายทอดตลาดจนเจ้าพนักงานบังคับคดีแบ่งเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้โจทก์เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2535 ซึ่งถือว่าการบังคับคดีได้เสร็จลงแล้วจำเลยที่ 2 เพิ่งยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2535ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 วรรคสอง จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิร้องคัดค้านเพื่อให้เพิกถอนการยึดและการขายทอดตลาดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.275 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญารับใช้หนี้เงินกู้และสัญญาค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 10,225 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระ โจทก์จึงขอให้บังคับคดีแล้วนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน 1 แปลงของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาด วันที่ 23 ธันวาคม 2534 เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดให้แก่ผู้เสนอราคาสูงสุดเป็นเงิน 150,000 บาท วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2535 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่าการบังคับคดีไม่ชอบเนื่องจากตามหมายบังคับคดีระบุว่า ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีอำนาจยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 และการยึดที่ดินของจำเลยที่ 2ซึ่งมีราคาไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท ตามราคาประเมินของทางราชการเป็นการบังคับคดีเกินกว่าความจำเป็น โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการฉ้อฉลโดยมีเจตนาไม่สุจริต ขอให้มีคำสั่งว่าการบังคับคดีเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง เกี่ยวกับกำหนดเวลายื่นคำร้องมีได้ 2 กรณี คือ กรณีแรกก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลงจะยื่นคำร้องเมื่อใดก็ได้ แม้จะทราบการฝ่าฝืนเกินกว่าแปดวันกรณีที่สอง เมื่อการบังคับคดีได้เสร็จลงแล้วจะยื่นคำร้องเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องภายในแปดวันนับแต่วันทราบการฝ่าฝืน นั้น เห็นว่าตามมาตรา 296 วรรคสอง บัญญัติว่า "...อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลงแต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่ทราบการฝ่าฝืนนั้น..." แสดงว่าการร้องคัดค้านการบังคับคดีจะต้องร้องคัดค้านภายในแปดวันนับแต่ทราบการฝ่าฝืน แต่ต้องกระทำเสียก่อนที่การบังคับคดีได้เสร็จลง หากการบังคับคดีได้เสร็จลงไปแล้วแม้เพิ่งทราบการฝ่าฝืนก็ร้องคัดค้านอีกไม่ได้ บทกฎหมายมาตรา 296 วรรคสอง ดังกล่าวหาได้มีความหมายเป็น 2 กรณี ดังที่จำเลยที่ 2 กล่าวอ้างในฎีกาไม่ ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาประการต่อมาว่า เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 มิใช่ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ตามหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีอำนาจยึดทรัพย์จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงชอบที่จะยื่นคำร้องได้โดยไม่มีกำหนดเวลา เห็นว่า เหตุที่จำเลยที่ 2อ้างในฎีกาข้อนี้เป็นการอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีนั่นเองกรณีจึงต้องด้วยมาตรา 296 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งจำเลยที่ 2 จะต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่ทราบการฝ่าฝืนนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า ทรัพย์พิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดไว้ซึ่งจำเลยที่ 2 อ้างว่าเป็นการยึดที่ไม่ถูกต้องตามหมายบังคับคดีที่ศาลออกให้นั้น จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับรักษาทรัพย์ที่ยึดนั้นไว้เองตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2531แต่จำเลยที่ 2 ก็ไม่ได้โต้แย้งคัดค้านใด ๆ จนกระทั่งได้มีการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดและมีการชำระเงินให้แก่โจทก์ไป จึงถือได้ว่าการบังคับคดีได้เสร็จลงแล้วเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2535 อันเป็นวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แบ่งเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ไป จำเลยที่ 2 เพิ่งจะมายื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นหลังจากนั้นคือวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2535 ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง แล้วจำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิร้องคัดค้านเพื่อให้เพิกถอนการยึดและการขายทอดตลาดได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2420/2537 ธนาคาร เพื่อ การเกษตร และ สหกรณ์การเกษตร โจทก์ นาย สุพัฒน์ ศิริโ สม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร เพื่อ การเกษตร และ สหกรณ์การเกษตร · จำเลย - นาย สุพัฒน์ ศิริโ สม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย วิมลเศรษฐ · สวิน อักขรายุธ · ชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 8396/2538ฎีกา 6968/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 3781/2545ฎีกา 1763/2551ฎีกา 780/2535ฎีกา 14209/2555ฎีกา 437/2508ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 241/2499ฎีกา 5768/2534ฎีกา 8337/2540ฎีกา 2644/2530ฎีกา 5094/2565ฎีกา 5015/2541ฎีกา 1690/2538ฎีกา 4511/2529ฎีกา 2709/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา