⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2649/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2649/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงเจตนาฆ่าต้องเป็นการกระทำที่มุ่งโดยตรงต่อชีวิตผู้อื่น และการรับสารภาพโดยลำพังโดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นประกอบ อาจไม่มีน้ำหนักเพียงพอในการลงโทษจำเลย

ย่อคำพิพากษา

พยานโจทก์เบิกความเพียงว่า เมื่อได้ยินเสียงแก๊ปปืนดังขึ้นได้หันไปทางเสียงนั้น แล้วเห็นจำเลยวิ่งหลบหนีไปโดยถือปืนไปด้วยโดยไม่เห็นว่า จำเลยใช้ปืนนั้นจ้องเล็งยิงผู้เสียหายหรือไม่ก่อนหน้านั้นจำเลยและผู้เสียหายทะเลาะกันแล้วได้ความจากผู้เสียหายว่าจำเลยไม่พอใจที่ผู้เสียหายไม่ยกทรัพย์ให้จึงโกรธจะเผายุ้งข้าวแต่ผู้เสียหายเข้าห้ามไว้และเกิดการวิวาทชกต่อยกันขึ้น จำเลยจึงออกจากบ้านไปโดยกล่าวคำอาฆาตผู้เสียหายไว้ เช่นนี้ เหตุดังกล่าวไม่น่าถึงกับทำให้จำเลยคิดจะฆ่าผู้เสียหาย เมื่อโจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยใช้อาวุธปืนจ้องเล็งยิงผู้เสียหายแล้ว แต่กระสุนปืนไม่ลั่น กรณีย่อมไม่อาจรับฟังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยได้ คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน โดยลำพังย่อมไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้ปืนแก๊ปยาวยิงนายชัยยา ใจเที่ยงผู้เสียหายซึ่งเป็นน้องชายของจำเลยโดยเจตนาฆ่าและไตร่ตรองไว้ก่อนจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผลเนื่องจากกระสุนปืนไม่ลั่น ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92, 94,289, 80 ริบของกลางและเพิ่มโทษแก่จำเลย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ให้จำคุก 12 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 จำคุก 16 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี8 เดือน คำขออื่นให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์มีประจักษ์พยานมาสืบ 2 ปากคือนายชัยยา ใจเที่ยง ผู้เสียหาย และนางต้น ใจเที่ยง มารดาผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายเบิกความว่าขณะเกิดเหตุผู้เสียหายกำลังหุงข้าวอยู่ในครัว ผู้เสียหายได้ยินเสียงแก๊ปปืนดังขึ้น 1 นัดทางทิศตะวันตกห่างจากตัวบ้านประมาณ 5 เมตร เมื่อหันไปดูเห็นจำเลยถือปืนแก๊ปวิ่งไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นถนนในหมู่บ้านส่วนนางต้นเบิกความว่าขณะเกิดเหตุนางต้นออกจากห้องน้ำได้ยินเสียงแก๊ปปืนดัง นางต้นหันไปดูเห็นจำเลยถือปืนวิ่งออกไปตามถนนทางทิศตะวันตก ขณะนั้นจำเลยอยู่ห่างไปประมาณ 3-4 เมตรศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองปากคงเบิกความเพียงว่า เมื่อได้ยินเสียงแก๊ปปืนดังขึ้นได้หันไปทางเสียงนั้น แล้วเห็นจำเลยวิ่งหลบหนีไปโดยถือปืนไปด้วย พยานโจทก์ดังกล่าวไม่เห็นว่าจำเลยใช้ปืนนั้นจ้องเล็งยิงผู้เสียหายหรือไม่ ที่ผู้เสียหายกับพวกไปแจ้งความว่าจำเลยใช้อาวุธปืนลอบยิงผู้เสียหายจึงเป็นเพียงการคาดคะเนของผู้เสียหายและนางต้นเท่านั้น เพราะจำเลยและผู้เสียหายเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อนเกิดเหตุ แต่เมื่อพิจารณาถึงกรณีที่จำเลยและผู้เสียหายทะเลาะกันแล้วได้ความจากผู้เสียหายว่าจำเลยไม่พอใจที่ผู้เสียหายไม่ยกทรัพย์ให้ผู้เสียหายจำเลยจึงโกรธและจะเผายุ้งข้าว แต่ผู้เสียหายเข้าห้ามไว้และเกิดการวิวาทชกต่อยกันขึ้น จำเลยออกจากบ้านไปโดยกล่าวคำอาฆาตผู้เสียหายไว้ ดังนี้ เหตุดังกล่าวไม่น่าจะถึงกับทำให้จำเลยคิดจะฆ่าผู้เสียหาย เมื่อโจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยใช้อาวุธปืนจ้องเล็งยิงผู้เสียหายแล้วแต่กระสุนปืนไม่ลั่น กรณีย่อมไม่อาจรับฟังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยได้ พยานหลักฐานโจทก์ที่เหลือคงมีคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.3และ จ.13 ซึ่งโดยลำพังย่อมไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังลงโทษจำเลยได้ ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังไม่มีน้ำหนักมั่นคงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2649/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด หนองคาย โจทก์ นาย วัน ชัย ใจ เที่ยง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด หนองคาย · จำเลย - นาย วัน ชัย ใจ เที่ยง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ