⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2739/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2739/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่าเสียหายที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากการละเมิดทรัพย์สิน ได้แก่ ค่าซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหายจนกลับคืนสู่สภาพเดิม หรือหากซ่อมแซมแล้วไม่คุ้มค่า หรือไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ให้คิดค่าเสียหายเป็นราคาทรัพย์สินนั้นก่อนถูกละเมิด รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการทำให้ทรัพย์สินนั้นกลับคืนสู่สภาพเดิม.

ย่อคำพิพากษา

ทรัพย์สินของโจทก์ที่ถูกละเมิดเป็นรถยนต์บรรทุกช่วยรบขนาด 1.1 ตัน รุ่นยูนีมอกยี่ห้อเมอร์ซีเดส เบนซ์ สำหรับใช้ปฏิบัติการในการช่วยรบที่โจทก์เพิ่งซื้อมาใหม่เป็นพิเศษจากประเทศเยอรมันตะวันตกในราคา1,600,000บาทบริษัทธ.ได้ตรวจสอบความเสียหาย ปรากฏว่ารถได้รับความเสียหายรวม 52 รายการต้องใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ต้องสั่งจากประเทศเยอรมันตะวันตกโดยตรงเท่านั้น เมื่อรวมค่าขนส่งทางทะเลและค่าภาษีนำเข้าแล้วเป็นเงิน1,773,800 บาท และค่าแรงอีก 120,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น1,893,800 บาท จึงถือได้ว่าโจทก์เสียหายเป็นเงิน 1,893,800 บาทการที่โจทก์ขอค่าเสียหายเป็นค่าซ่อมจำนวนดังกล่าว จึงเป็นค่าเสียหายที่ตรงต่อความจริงและโจทก์มีสิทธิได้รับค่าเสียหายดังกล่าวตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์บรรทุกในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ไปตามทางหลวงหมายเลข201 ถนนสายชัยภูมิ - สีคิ้ว จากอำเภอเมืองชัยภูมิมุ่งหน้าไปทางตำบลบ้านค่าย อำเภอเมืองชัยภูมิด้วยความประมาท ได้ขับแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นในที่คับขัน โดยมีรถคันอื่นรวมทั้งรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ตราจักร 85146 ของโจทก์แล่นสวนทางมาในระยะกระชั้นชิดเป็นเหตุให้รถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับเฉี่ยวชนรถของโจทก์ในช่องเดินรถของโจทก์จนรถของโจทก์พังเสียหายคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1,893,800 บาท จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันละเมิดจนถึงวันฟ้องรวม 342 วันเป็นเงินดอกเบี้ย 133,084.85 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,026,884.85 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 2,026,884.85 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 1,893,800บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน1,600,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทรัพย์สินของโจทก์ที่ถูกละเมิดเป็นรถยนต์บรรทุกช่วยรบขนาด 1.1 ตันรุ่นยูนีมอก ยี่ห้อเมอร์ซีเดส เบนซ์สำหรับใช้ปฏิบัติการในการรบที่โจทก์เพิ่งซื้อมาใหม่เป็นพิเศษจากประเทศเยอรมันตะวันตกในราคา 1,600,000 บาท และโจทก์จะนำไปใช้ปฏิบัติงานของโจทก์ ซึ่งบริษัทธนบุรีพาณิชย์ จำกัด ได้ตรวจสอบความเสียหายปรากฏว่ารถได้รับความเสียหายรวม 52 รายการต้องใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ต้องสั่งจากประเทศเยอรมันตะวันตกโดยตรงเท่านั้น เมื่อรวมค่าขนส่งทางทะเลและค่าภาษีนำเข้าแล้วเป็นเงิน 1,773,800 บาท และค่าแรงอีก 120,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,893,800 บาท จึงถือว่าโจทก์เสียหายเป็นเงิน 1,893,800บาท การที่โจทก์ขอค่าเสียหายเป็นค่าซ่อมจำนวนดังกล่าว จึงเป็นค่าเสียหายที่ตรงต่อความจริงและโจทก์มีสิทธิจะได้รับค่าเสียหายทั้งสองจำนวนตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เท่าราคารถยนต์จำนวน 1,600,000 บาท ไม่เหมาะสม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน2,026,884.85 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยต่อปีในต้นเงิน1,893,800 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2739/2537 กองทัพบก โจทก์ นาย สุรินทร์ วัด ไชย หรือวัดชัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กองทัพบก · จำเลย - นาย สุรินทร์ วัด ไชย หรือวัดชัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล สระฏัน · สนัด หมายสวัสดิ์ · โสภณ รอดหิรัญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1052/2506ฎีกา 1913/2520ฎีกา 1479/2542ฎีกา 481/2526ฎีกา 3023/2533ฎีกา 4513/2533ฎีกา 506/2534ฎีกา 2103/2540ฎีกา 793/2546ฎีกา 3621/2551ฎีกา 2335/2551ฎีกา 464/2567ฎีกา 775/2532ฎีกา 559/2535ฎีกา 4192/2536ฎีกา 6683/2537ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 8358/2538ฎีกา 1146/2494ฎีกา 1145/2512ฎีกา 283/2536ฎีกา 2738/2554ฎีกา 4834/2539ฎีกา 985/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา