คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3042/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานของรัฐปล่อยผู้ต้องหาบางคนไป ไม่ถือว่าผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีต่อไปนั้น ถูกดำเนินคดีเพราะการปล่อยตัวผู้อื่น หากการปล่อยตัวนั้นเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ผู้เสียหายคือรัฐ ไม่ใช่ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นกำนันควบคุมตัว ด. กับ ม. และโจทก์ไว้ดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์แล้วได้ปล่อย ด.และ ม.ไป คงมอบตัวโจทก์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีเพียงคนเดียวจะถือว่าโจทก์ถูกดำเนินคดีเพราะการที่จำเลยที่ 1 ปล่อยตัว ด.และ ม.ไปไม่ได้ การที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการจะดำเนินคดีแก่โจทก์หรือไม่เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดของโจทก์เองไม่เกี่ยวกับการปล่อยตัวบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด หากการปล่อยตัว ด.และ ม.ของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ผู้ที่ได้รับความเสียหายก็คือรัฐมิใช่โจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหามิ สามะ · หะยีดอเลาะ - นายหวันอาหรน · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชาย รังสิกรรพุม · สังเวียน รัตนมุง · ชลอ บุณยเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปัตตานี - นายธีรวัฒน์ วิสุทธิภักดี · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายสุนทร สิทธิเวชวิจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา