⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 408/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความเท็จในข้อสำคัญในคดีซึ่งหากศาลหลงเชื่ออาจเป็นผลให้ผู้อื่นได้รับโทษ เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ

ย่อคำพิพากษา

ขณะไฟไหม้บ้าน ส. จำเลยไม่เห็นโจทก์ แต่จำเลยเบิกความว่าจำเลยมองไปที่บ้านของ ส.เห็นโจทก์วิ่งไปทางตะวันตกแล้วลงคลองไป จึงเป็นการเบิกความเท็จทั้งความเท็จนั้นหากศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยเบิกความอาจเป็นผลให้โจทก์ได้รับโทษได้จึงเป็นข้อสำคัญในคดี จำเลยจึงมีความผิดฐานเบิกความเท็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177,181 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคสอง, 181(2) ลงโทษจำคุก 5 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยมีความผิดฐานเบิกความเท็จตามฟ้องหรือไม่ในปัญหาดังกล่าวต้องพิจารณาก่อนว่า ในวันเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านนายสุบิน ศรีชาติ นั้น จำเลยได้เห็นโจทก์เข้าไปในบริเวณบ้านของนายสุบินที่เพลิงไหม้หรือไม่ ปัญหาข้อนี้ได้ความตามคำให้การชั้นสอบสวนคดีความผิดข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่นคือ วางเพลิงเผาบ้านนายสุบิน ซึ่งเป็นพยานเอกสารของโจทก์เอกสารหมาย จ.5 ปรากฏว่า จำเลยให้การชั้นสอบสวนคดีดังกล่าวว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยไม่เห็นนายเลี่ยม (โจทก์) แต่นายเลี่ยมกับนางสายบัว (จำเลยที่ 2 ในคดีดังกล่าว) ซึ่งเป็นสามีภรรยากันจำเลยเห็นไปไหนด้วยกันเสมอ คำให้การชั้นสอบสวนตามเอกสารหมายจ.5 จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนไว้ในวันเกิดเหตุคดีดังกล่าวอันเป็นเวลากระชั้นชิด จำเลยไม่มีเวลาเสริมแต่งถ้อยคำประการใดเชื่อว่าจำเลยให้การไปตามที่รู้เห็นจริง จำเลยนำสืบอ้างว่าคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวที่ว่าจำเลยไม่เห็นนายเลี่ยม (โจทก์)ก่อนเกิดเหตุไม่ถูกต้องไม่เคยให้การเช่นนั้น ย่อมไม่อาจรับฟังได้เพราะจำเลยเองก็เบิกความยอมรับว่าเอกสารหมาย จ.5 พนักงานสอบสวนได้อ่านให้ฟังเห็นว่าถูกต้องจึงลงลายมือชื่อไว้ จึงเชื่อว่า วันเกิดเพลิงไหม้บ้านนายสุบิน จำเลยไม่เห็นโจทก์ในบริเวณบ้านนายสุบินแต่อย่างใด ดังนั้น การที่จำเลยเบิกความต่อศาลในการพิจารณาคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2531 ว่า ฯลฯ ข้าฯ สงสัยจึงมองไปที่บ้านโจทก์ (นายสุบิน) เห็นจำเลยที่ 1 (โจทก์) วิ่งไปทางตะวันตกแล้วลงคลองไปตามเอกสารหมาย จ.2 นั้น จึงเป็นการเบิกความเท็จ ทั้งความเท็จนั้นหากศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยเบิกความอาจเป็นผลให้โจทก์ได้รับโทษในคดีดังกล่าวจึงเป็นข้อสำคัญในคดีนั้น จำเลยจึงมีความผิดฐานเบิกความเท็จตามฟ้อง ที่จำเลยฎีกาว่า ถ้าเบิกความเท็จจำเลยคงไม่เบิกความตรงกันทั้งสามคดีหรือฎีกาว่าที่จำเลยให้การชั้นสอบสวนปรากฏตามเอกสารหมายจ.5 เพราะพนักงานสอบถามไม่ชัดเจนก็ดีนั้น เห็นว่าเป็นข้อฎีกาที่ฟังไม่ขึ้นเพราะการที่เบิกความเหมือนกันทั้งสามคดีอาจเป็นการซักซ้อมเตรียมตัวมาก่อนเป็นอย่างดีจึงเบิกความเหมือนกันก็ย่อมได้ไม่เป็นข้อชี้ชัดว่าจำเลยไม่ได้เบิกความเท็จแต่อย่างใด" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408/2537 นาย เลี่ยม โพธิวัฒตะ โจทก์ นาย ยัง กัน ทา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เลี่ยม โพธิวัฒตะ · จำเลย - นาย ยัง กัน ทา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ