⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4582/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4582/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสำเนาเอกสารโดยปกปิดข้อเท็จจริงบางประการ แต่ไม่ได้ทำให้เนื้อความของสัญญาเปลี่ยนแปลงไป หรือเพิ่มเติมข้อความใหม่ ถือไม่ได้ว่าเป็นการปลอมเอกสาร และหากไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ก็ไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสาร การเบิกความอ้างถึงเอกสารที่ไม่ได้เป็นเอกสารปลอม และเบิกความไปตามข้อความในเอกสารนั้น ไม่ถือว่าเป็นการเบิกความเท็จ

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะทำสำเนาภาพถ่ายสัญญาเช่าเพื่อการลงทุนปลูกสร้างอาคารศูนย์การค้าและโรงแรมขึ้นมาโดยการปกปิดข้อเท็จจริงบางประการไว้ แต่หากไม่ได้ทำให้เนื้อความตามข้อสัญญาต้องเปลี่ยนแปลงไปมีความหมายเป็นอย่างอื่น หรือเพิ่มเติมข้อความใหม่ให้แตกต่างไปแทนที่ข้อเท็จจริงบางอย่างไว้เช่นนั้น จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการตัดทอนข้อความอันเป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร อีกทั้งการกระทำดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดหรือไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยปกปิดข้อเท็จจริงดังกล่าว จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 264, 265 เมื่อสำเนาภาพถ่ายสัญญาเช่าเพื่อการลงทุนปลูกสร้างอาคารศูนย์การค้าและโรงแรมดังกล่าวไม่เป็นเอกสารปลอมแล้ว การที่จำเลยเบิกความในคดีอาญาอ้างถึงสัญญาดังกล่าวจึงไม่อาจถือว่าเป็นการเบิกความเท็จได้ เพราะได้มีการทำสัญญาดังกล่าวกันจริง ทั้งจำเลยก็เบิกความไปตามที่ระบุไว้ในสัญญานั้น อีกทั้งศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อความที่ถูกปกปิดมิใช่เป็นข้อความสำคัญในคดีที่โจทก์ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท จึงมิได้หยิบยกขึ้นมาวินิจฉัย จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 177

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๑๗๔, ๑๗๗, ๑๗๙, ๑๘๐, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๘๓, ๘๔, ๙๐, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอมสำเนาภาพถ่ายสัญญาเช่าเพื่อการลงทุนปลูกสร้างอาคารศูนย์การค้าและโรงแรม และนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘ และ ๑๘๐ หรือไม่ จำเลยทั้งห้าร่วมกันทำสำเนาสัญญาเช่าเพื่อการลงทุนปลูกสร้างอาคารศูนย์การค้าและโรงแรมตามเอกสารหมาย จ. ๑๙ โดยการถ่ายภาพและลบข้อความที่กำหนดพื้นที่และมูลค่าของอาคารที่ปรากฏอยู่ในเอกสารหมาย จ. ๖ ออกทำให้สำเนาภาพถ่ายสัญญาเช่าเพื่อการลงทุนปลูกสร้างอาคารศูนย์การค้าและโรงแรมเอกสารหมาย จ. ๑๙ ไม่ถูกต้อง เป็นเอกสารปลอม และการกระทำของจำเลยทั้งห้าดังกล่าวทำให้โจทก์เสียหายนั้น เห็นว่า แม้สำเนาภาพถ่ายสัญญาเช่าเพื่อการลงทุนปลูกสร้างอาคารศูนย์การค้าและโรงแรมเอกสารหมาย จ. ๑๙ ข้อ ๒ จะไม่ปรากฏตัวเลข "๗๑๒,๐๐๐" กับ "๙,๔๘๕" และตัวหนังสือ (เก้าพัน สี่ร้อยแปดสิบห้าล้านบาท) ซึ่งเป็นพื้นที่อาคารและมูลค่าของอาคารอยู่ด้วยก็ตาม แต่สัญญาเช่าเพื่อการลงทุนปลูกสร้างอาคารศูนย์การค้าและโรงแรม มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และจำเลยที่ ๑ เป็นคู่สัญญากัน การที่จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ กรรมการผู้มีอำนาจจะทำสำเนาภาพถ่ายสัญญาเช่าเพื่อการลงทุนปลูกสร้างอาคารศูนย์การค้าและโรงแรมขึ้นมาโดยการปกปิดข้อเท็จจริงบางประการไว้ แต่หากไม่ได้ทำให้เนื้อความตามข้อสัญญาต้องเปลี่ยนแปลงไปมีความหมายเป็นอย่างอื่น หรือเพิ่มเติมข้อความใหม่ให้แตกต่างไปแทนที่ข้อเท็จจริงที่ปกปิดไว้แล้วย่อมมีสิทธิที่จะทำได้ การปกปิดข้อเท็จจริงบางอย่างไว้เช่นนั้น จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการตัดทอนข้อความอันจะเป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร โดยจะเห็นได้ว่ามีการปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นตัวเลขและตัวหนังสืออันเกี่ยวกับพื้นที่อาคารและมูลค่าของอาคารไว้เท่านั้น ไม่ได้มีการเพิ่มเติมตัวเลขหรือข้อความใด ๆ ลงแทนที่อันจะทำให้เห็นว่ามีความหมายเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น การกระทำดังกล่าวย่อมไม่ก่อให้เกิดหรือไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ข้อหาความผิดฐานปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอมและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘ และ ๑๘๐ จึงไม่มีมูลความผิด เมื่อสำเนาภาพถ่ายสัญญาเช่าเพื่อการลงทุนปลูกสร้างอาคารศูนย์การค้าและโรงแรมเอกสารหมาย จ. ๑๙ ไม่เป็นเอกสารปลอมแล้ว การที่จำเลยที่ ๒ เบิกความในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๘๕๐๕/๒๕๓๔ ของศาลแขวงดุสิตอ้างถึงสัญญาดังกล่าวนั้น ไม่อาจถือว่าเป็นการเบิกความเท็จได้ เพราะได้มีการทำสัญญาเพื่อการลงทุนปลูกสร้างอาคารศูนย์การค้าและโรงแรมตามเอกสารหมาย จ. ๑๙ กันจริง อีกทั้งศาลแขวงดุสิตเห็นว่าจำนวนตัวเลขที่ถูกปกปิดในสำเนาภาพถ่ายสัญญาเช่าดังกล่าวมิใช่เป็นข้อสำคัญในคดีที่โจทก์ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทจำเลยที่ ๑ จึงมิได้หยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยเพื่อยกฟ้องโจทก์แต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าไม่มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ นั้น ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4582/2543 นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ โจทก์ บริษัทวังเพชรบูรณ์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ · จำเลย - บริษัทวังเพชรบูรณ์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายสุรศักดิ์ วิมลรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุพัฒน์ บุญยุบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 456/2506ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 414/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 730/2516ฎีกา 3935/2550ฎีกา 22/2466ฎีกา 3584/2524ฎีกา 2907/2526ฎีกา 468/2566ฎีกา 18211/2555ฎีกา 3911/2568ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1113/2510ฎีกา 191/2520ฎีกา 3535/2528ฎีกา 3962/2546ฎีกา 4547/2530ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา