คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 497/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นเบิกความเท็จ มีอำนาจฟ้องผู้ใช้ให้ลงโทษตามกฎหมายได้
การบรรยายฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ไม่จำเป็นต้องบรรยายข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดของผู้ถูกใช้ให้ครบถ้วน หากเพียงพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นผู้ใช้ให้ พ. ไปร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและเบิกความเท็จต่อศาลชั้นต้นในคดีแพ่ง จนศาลชั้นต้นเชื่อและมีคำสั่งให้ พ.ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโจทก์ทั้งสามในฐานะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยย่อมได้รับผลกระทบ-กระเทือนเสื่อมเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดของจำเลยโดยตรง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) และมีอำนาจฟ้องจำเลยตามป.วิ.อ. มาตรา 28 (2)
โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยเป็นผู้จ้างวานใช้ให้ พ.ไปยื่นคำร้องและเบิกความเท็จตาม ป.อ. มาตรา 84 ประกอบด้วยมาตรา 177 มิได้ฟ้องจำเลยว่าเป็นผู้เบิกความเท็จ จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายฟ้องถึงข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ.มาตรา 177 เมื่อฟ้องของโจทก์ทั้งสามได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานะเป็นผู้ใช้ พอสมควรที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดี ฟ้องของโจทก์ทั้งสามจึงชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางนิภา ชัยมงคลตระกูล กับพวก · จำเลย - นายสง่า เจียมปัญญารัช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย สายเชื้อ · อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายประกาศ บูรพางกูร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา