⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3154/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3154/2537

ป.พ.พ. ม.368

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรจุแต่งตั้งข้าราชการให้เป็นไปตามสัญญาที่ทำไว้ หากไม่เป็นไปตามสัญญา ข้อสัญญาที่กำหนดเงื่อนไขการปฏิบัติราชการย่อมไม่มีผลบังคับ

ย่อคำพิพากษา

ข้าราชการกระทรวงกลาโหมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้าราชการทหารกับข้าราชการกลาโหมพลเรือนซึ่งจะไม่ได้รับยศทันทีที่เข้ารับราชการ จำเลยที่ 1 สมัครเข้ารับราชการในโรงงานเภสัชกรรมทหารพร้อมกับทำสัญญากับโจทก์มีข้อความระบุไว้ว่าเป็นสัญญาการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร ซึ่งหมายความว่า มิใช่สัญญาการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน การที่ทางราชการบรรจุแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนจึงมิได้เป็นไปตามข้อกำหนดสัญญาที่ทำกันไว้ ข้อสัญญาที่ให้จำเลยที่ 1 ต้องอยู่ปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงไม่มีผลบังคับเมื่อจำเลยที่ 1 ลาออกจากราชการก่อนครบกำหนด 3 ปี จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้เงินตามสัญญาเข้ารับราชการ และสัญญาค้ำประกันเป็นเงินจำนวน 45,056.25 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน45,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 45,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า ข้าราชการกระทรวงกลาโหมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้าราชการทหารกับข้าราชการกลาโหมพลเรือนซึ่งจะไม่ได้รับยศทันทีที่เข้ารับราชการ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2528 จำเลยที่ 1 สมัครเข้ารับราชการในโรงงานเภสัชกรรมทหาร พร้อมกับทำสัญญากับโจทก์ไว้ว่าเมื่อทางราชการมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร จำเลยที่ 1 ยินดีรับราชการไม่น้อยกว่า 3 ปีถ้าจำเลยที่ 1 ลาออกจากราชการก่อนครบกำหนด 3 ปี หรือทางราชการมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ออกจากราชการก่อนครบกำหนด 3 ปี เพราะความผิดของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ยอมเสียค่าปรับให้แก่โจทก์ โดยถ้ารับราชการไม่ครบ 1 ปี จำเลยที่ 1 ยอมเสียค่าปรับเป็นเงิน 45,000บาทปรากฏตามสัญญาการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตรเอกสารหมาย จ.8 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันการเข้ารับราชการของจำเลยที่ 1 ปรากฏตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.9ต่อมาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2529 กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งบรรจุให้จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร จำเลยที่ 1 ได้ไปรายงานตัวเข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2529 ต่อมาวันที่ 10 มีนาคม2529 จำเลยที่ 1 ได้ขอลาออกจากราชการโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2529 กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งอนุมัติให้จำเลยที่ 1ออกตามที่ขอ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยแต่เพียงว่า การที่จำเลยที่ 1 ลาออกจากราชการก่อนครบกำหนด 3 ปี เป็นการปฏิบัติผิดสัญญาและจำเลยทั้งสองจะต้องชำระค่าปรับให้แก่โจทก์หรือไม่ จากคำเบิกความของจำเลยที่ 1ได้ความว่า ที่จำเลยที่ 1 สมัครเข้ารับราชการที่โรงงานเภสัชกรรมทหารเพราะจำเลยที่ 1 ต้องการมียศทางทหาร คำเบิกความของจำเลยที่ 1ดังกล่าวสอดคล้องกับสัญญาที่จำเลยที่ 1 ทำไว้กับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.8 โดยสัญญาดังกล่าวมีข้อความระบุไว้ว่าเป็นสัญญาการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร ซึ่งหมายความว่ามิใช่สัญญาการเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน สัญญาดังกล่าวข้อ 1ก็เขียนไว้มีใจความว่า เมื่อทางราชการมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร จำเลยที่ 1 ยินดีรับราชการไม่น้อยกว่า 3 ปี นับตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 รับหน้าที่ปฏิบัติราชการ ข้อความเช่นนี้ย่อมหมายความว่าทางราชการจะมีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร และจำเลยที่ 1 จะอยู่ปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า3 ปี เมื่อสัญญาเป็นดังนี้ การที่ทางราชการบรรจุแต่งตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน จึงมิได้เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาที่ทำกันไว้ ข้อสัญญาที่ให้จำเลยที่ 1 ต้องอยู่ปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงไม่มีผลบังคับ ที่จำเลยที่ 1 ลาออกจากราชการก่อนครบกำหนด 3 ปี จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3154/2537 กองทัพบก โจทก์ นาย อภิชาติ ปฏิโภคสุทธิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กองทัพบก · จำเลย - นาย อภิชาติ ปฏิโภคสุทธิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิมล สมานิตย์ · สกล เหมือนพะวงศ์ · ถวิล ตรีเพชร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 231/2482ฎีกา 5470/2537ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 3295/2533ฎีกา 12104/2547ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2794/2526ฎีกา 762/2520ฎีกา 372/2519ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2431/2530ฎีกา 1645/2538ฎีกา 2752/2522ฎีกา 2669/2524ฎีกา 2591/2543ฎีกา 8604/2544ฎีกา 367/2495ฎีกา 245/2506ฎีกา 3511/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ