คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3162/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดประเด็นพิพาทต้องครอบคลุมถึงค่าเสียหายทุกประเภทที่โจทก์ฟ้องโดยชัดแจ้ง หากศาลกำหนดประเด็นกว้างเกินไป อาจทำให้การวินิจฉัยนอกประเด็นได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาทว่า ค่าเสียหายของโจทก์มีเพียงใดหรือไม่เป็นการกำหนดประเด็นอย่างกว้าง ๆเมื่อค่าเสียหายตามคำฟ้องของโจทก์มีทั้ง ค่าเสียหายฐานผิดสัญญาเช่าใช้บริการวิทยุติดตามตัว อันได้แก่ค่าเช่าใช้บริการที่ค้างชำระเป็นต้น และค่าเสียหายอันเกิดจากการขาดประโยชน์ที่จำเลยไม่ส่งมอบวิทยุติดตามตัวคืนโจทก์จึงไม่สามารถนำออกให้เช่าหาประโยชน์ได้ด้วย ดังนั้นคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับค่าเช่าใช้บริการวิทยุติดตามตัวจึงไม่นอกประเด็น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าใช้บริการวิทยุติดตามตัวพร้อมอุปกรณ์จำนวน 1 ชุดไปจากโจทก์ ต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าเช่าใช้บริการโจทก์จึงบอกเลิกสัญญา นำเงินมัดจำหักใช้ค่าเช่าใช้บริการที่ค้างชำระแล้ว จำเลยคงเป็นหนี้ค่าเช่าใช้บริการจำนวน 24,800 บาท โจทก์แจ้งให้จำเลยชำระหนี้พร้อมส่งคืนวิทยุติดตามตัวและอุปกรณ์แล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์เสียหายเดือนละ 600 บาท ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบวิทยุและอุปกรณ์ที่เช่าคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดีหากส่งคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 3,690 บาท ให้จำเลยชำระเงินค่าเช่าใช้บริการที่ค้างชำระและค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 31,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยกับชำระค่าเสียหายอีกเดือนละ 600 บาท หรือวันละ 20 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะส่งมอบวิทยุและอุปกรณ์ที่เช่าคืนหรือใช้ราคาแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ไม่ใช่ผู้ผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่าใช้บริการจำนวน 24,800 บาท ทั้งสิทธิเรียกร้องดังกล่าวขาดอายุความแล้ว โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาและไม่เสียหายตามฟ้อง ไม่มีสิทธิริบเงินประกันจำนวน 4,000 บาท ค่าอุปกรณ์มีราคาไม่เกินชุดละ1,000 บาท และไม่สามารถทำประโยชน์ได้ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าใช้บริการที่ค้างชำระ10,400 บาท กับค่าเสียหาย 6,300 บาท รวมเป็นเงิน 16,700 บาทแก่โจทก์ ให้จำเลยชำระ ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 600 บาทหรือวันละ 20 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบวิทยุติดตามตัวและอุปกรณ์เครื่องเพิ่มกำลังไฟฟ้าของแบตเตอรี่คืนหรือใช้ราคาแก่โจทก์เป็นเงิน 3,690 บาท คำขออื่นของโจทก์ให้ยกเสีย
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเช่าใช้บริการที่ค้างชำระเพิ่มอีก 14,400 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อที่ 3 ว่าค่าเสียหายของโจทก์มีเพียงใดหรือไม่ แต่ศาลชั้นต้นกลับวินิจฉัยไปถึงค่าเช่าใช้บริการซึ่งมิได้ชี้สองสถานไว้ คำวินิจฉัยเกี่ยวกับค่าเช่าใช้บริการวิทยุติดตามตัวจึงไม่ชอบนั้น เห็นว่าการที่ศาลกำหนดประเด็นพิพาทว่า ค่าเสียหายของโจทก์มีเพียงใดหรือไม่นั้นเป็นการกำหนดประเด็นอย่างกว้าง ๆ ซึ่งค่าเสียหายตามคำฟ้องของโจทก์นั้นมีทั้งค่าเสียหายฐานผิดสัญญาเช่าใช้บริการวิทยุติดตามตัว อันได้แก่ค่าเช่าใช้บริการที่ค้างชำระเป็นต้นตลอดจนค่าเสียหายอันเกิดจากการขาดประโยชน์ที่จำเลยไม่ส่งมอบวิทยุติดตามตัวคืนโจทก์ และโจทก์ไม่สามารถนำออกให้เช่าหาประโยชน์ได้ด้วย ดังนั้นเมื่อค่าเช่าใช้บริการวิทยุติดตามตัวเป็นค่าเสียหายส่วนหนึ่ง คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นจึงหาเป็นคำวินิจฉัยที่นอกประเด็นดังที่จำเลยฎีกาไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3162/2537
การสื่อสารแห่งประเทศไทย โจทก์
นาย ก่อ เกียรติ อดุลย์ศักดิ์ศ รี ฯ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การสื่อสารแห่งประเทศไทย · จำเลย - นาย ก่อ เกียรติ อดุลย์ศักดิ์ศ รี ฯ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย สุขพรหม · ยงยุทธ ธารีสาร · ยรรยง ปานุราช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา