⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3414/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้จัดการมรดกจดทะเบียนรับโอนทรัพย์มรดกมาเป็นของตนเองแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่แบ่งปันให้ทายาท เป็นการละเลยไม่กระทำตามหน้าที่และมีเหตุให้ถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกไปจดทะเบียนรับโอนที่พิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายมาเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่แบ่งปันให้แก่ทายาทเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการละเลยไม่กระทำตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดก จึงมีเหตุถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1727

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกนายแสวง บุญมาแย้มผู้ตาย ตามคำสั่งศาล โจทก์เป็นบุตรคนหนึ่งของผู้ตาย เกิดจากนางยง บุญมาแย้ม มารดา จำเลยได้จดทะเบียนรับโอนที่ดินมรดกของผู้ตายเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว ไม่แบ่งปันแก่ทายาทอื่น เป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ผู้จัดการมรดกและเบียดบังเอาทรัพย์มรดกของผู้ตายเป็นของตน จำเลยต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1605 ขอให้ศาลถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย แล้วตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกแทน โจทก์ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและขอให้กำจัดจำเลยมิให้รับมรดกผู้ตายด้วย จำเลยให้การว่า ผู้ตายได้ยกที่ดินที่โจทก์อ้างว่าเป็นมรดกของผู้ตายให้แก่จำเลยตั้งแต่ก่อนถึงแก่ความตาย จำเลยครอบครองโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวหรือฟ้องขอแบ่งมรดกภายใน 1 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกนายแสวง บุญมาแย้ม ผู้ตาย และตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกต่อไปคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่าโจทก์จำเลยต่างเป็นบุตรของนายแสวง บุญมาแย้ม ผู้ตาย หลังจากจำเลยได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำสั่งศาลแล้ว จำเลยได้จดทะเบียนรับมรดกที่พิพาทเฉพาะส่วนของผู้ตายมาเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว คดีมีข้อวินิจฉัยว่ามีเหตุถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของ ผู้ตายหรือไม่ จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 หรือไม่ และจำเลยในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้จดทะเบียนรับมรดกที่พิพาทมาเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียวเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนถึงแก่กรรมผู้ตายไม่ได้ยกที่พิพาทให้แก่จำเลย จากข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาดังกล่าวจำเลยครอบครองที่พิพาทต่อมาภายหลังจากที่ผู้ตายถึงแก่กรรม จึงเป็นการครอบครองแทนทายาทของผู้ตายแม้จำเลยจะครอบครองมานานเกินกว่า 10 ปี ดังที่จำเลยฎีกาจำเลยก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ส่วนจำเลยในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกไปจดทะเบียนรับโอนที่พิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายมาเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่แบ่งปันให้แก่ทายาทอื่น ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายดังที่จำเลยฎีกาเช่นกัน หากแต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการละเลยไม่กระทำตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดก คดีมีเหตุถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคแรก" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2537 นาง ถาวร บุญ มา แย้ม โจทก์ นาง สาลี่ เกิด โภ คา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ถาวร บุญ มา แย้ม · จำเลย - นาง สาลี่ เกิด โภ คา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4639/2540ฎีกา 6386/2537ฎีกา 453/2521ฎีกา 2210/2559ฎีกา 7706/2548ฎีกา 9317/2556ฎีกา 1163/2539ฎีกา 3936/2528ฎีกา 6192/2533ฎีกา 2621/2534ฎีกา 3011/2543ฎีกา 4289/2534ฎีกา 1726/2536ฎีกา 2621/2531ฎีกา 699/2536ฎีกา 96/2516ฎีกา 2359/2521ฎีกา 1840/2534ฎีกา 4410/2547ฎีกา 2073/2529ฎีกา 5628/2538ฎีกา 4703/2552ฎีกา 2841/2538ฎีกา 6574/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา