⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6192/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6192/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกที่ถูกศาลถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการมรดกอีกต่อไป การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดกหลังจากนั้น ถือว่าไม่มีผลผูกพันกองมรดก.

ย่อคำพิพากษา

คดีเดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ ร.หาก ส. จะขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกคนใหม่แทนโจทก์ ตามปกติย่อมกระทำได้โดยยื่นคำร้องในคดีเดิม หรืออาจฟ้องโจทก์แยกจากคดีเดิมได้โดยอาศัยเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 เพราะบทบัญญัติดังกล่าวเป็นแต่ให้สิทธิยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีเดิมก่อนการปัน มรดก เสร็จสิ้นลงเท่านั้น หาเป็นการตัดสิทธิมิให้ฟ้องเป็นคดีใหม่อีกต่างหากไม่ คำสั่งศาลชั้นต้นในคดีใหม่ให้ถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้ง ส. เป็นผู้จัดการมรดกของ ร. แทนนั้น เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ย่อมมีผลผูกพันโจทก์ โจทก์มิใช่ผู้จัดการมรดกของ ร. อีกต่อไป การที่ ส. ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกทำตามมติที่ประชุมทายาทโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการจัดการตามอำนาจหน้าที่และมิใช่เป็นการทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียอันเป็นปรปักษ์ต่อกองมรดก นิติกรรมจึงมีผลสมบูรณ์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1722 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1727

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายรอด มงคลชาติตามคำสั่งศาล ต่อมาศาลชั้นต้นในอีกคดีหนึ่งมีคำสั่งถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งนายสมคิดเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอด อันเป็นการไม่ชอบ เพราะมิได้ร้องขอในคดีเดิม โจทก์จึงยังคงเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดอยู่ หลังจากนั้นนายสมคิดกับจำเลยที่ ๑ สมคบกันจดทะเบียนรับโอนที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกแล้วโอนขานให้จำเลยที่ ๑ โดยไม่มีอำนาจ และจำเลยที่ ๒ ในฐานะเจ้าพนักงานที่ดินได้จดทะเบียนให้ ทั้งที่รู้ว่าผู้รับโอนไม่มีอำนาจ ขอให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนการโอนที่ดินพิพาท และให้จำเลยที่ ๒ โอนใส่ชื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดก จำเลยที่ ๑ ให้การว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดก และตั้งนายสมคิดเป็นผู้จัดการมรดกชอบแล้วจำเลยที่ ๑ รับโอนโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทโดยชอบด้วยระเบียบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ยังคงเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดผู้ตายนั้น เห็นว่า คดีเดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดผู้ตาย เมื่อนายสมคิดประสงค์จะขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกคนใหม่แทนโจทก์ตามปกติแล้วย่อมกระทำได้โดยยื่นคำร้องเข้ามาในคดีเดิม แต่ถ้านายสมคิดประสงค์จะฟ้องโจทก์แยกจากคดีเดิมโดยอาศัยเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒๗ ก็ไม่ต้องห้าม เพราะบทบัญญัติดังกล่าวเป็นแต่ให้สิทธิยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีเดิมก่อนที่การแบ่งปันมรดกเสร็จสิ้นลงเท่านั้น หากเป็นการตัดสิทธิมิให้นำไปฟ้องเป็นคดีใหม่อีกต่างหากไม่ ดังนั้น เมื่อศาลสืบพยานในคดีดังกล่าวและมีคำสั่งถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดผู้ตาย และตั้งนายสมคิดเป็นผู้จัดการมรดกแทนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขแดงที่ ๓๘๕/๒๕๒๘ ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้วคำสั่งดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์มีผลเป็นการเพิกถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดผู้ตาย โจทก์จึงมิใช่ผู้จัดการมรดกของนายรอดผู้ตายตามกฎหมายต่อไป ดังนั้นโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของนายรอดผู้ตาย ปัญหาข้อต่อไปที่ว่า โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายรอดผู้ตายมิได้มอบอำนาจให้นายสมคิดโอนขายที่ดินมรดกให้แก่จำเลยที่ ๑นิติกรรมดังกล่าวตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๑๓ เห็นว่า กรณีนี้เป็นการดำเนินการเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดก การที่นายสมคิดทำตามมติที่ประชุมทายาทตามเอกสารหมาย จ.ล.๙ โดยโอนทรัพย์สินมรดกให้แก่จำเลยที่ ๑ จึงเป็นการจัดการเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกของนายรอดผู้ตายและมิใช่เป็นนิติกรรมที่ตนทำขึ้นโดยมีส่วนได้เสียอันเป็นปรปักษ์ต่อกองมรดกตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒๒จึงหาต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ก่อนไม่ทั้งไม่ปรากฏว่านายสมคิดผู้จัดการมรดกของนายรอดผู้ตายละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่ดังนั้นนิติกรรมดังกล่าวจึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนใน น.ส.๓ ดังกล่าว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6192/2533 นายสมมุ่ง มงคลชาติ โจทก์ นางสมหมาย ควงขุนทด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมมุ่ง มงคลชาติ · จำเลย - นางสมหมาย ควงขุนทด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายวรงค์พร จิระภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3245/2534ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4549/2540ฎีกา 548/2522ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2345/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา