⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4819/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4819/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 เกิดขึ้นเมื่อมีการฟ้องคดีที่ประเด็นแห่งคดีเป็นประเด็นเดียวกับที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุเดียวกันในคดีก่อนที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดแล้ว หรือคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเคยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้ว่า รถยนต์คันพิพาทในคดีนี้เป็นทรัพย์มรดกของพลตำรวจตรีท. ขอให้โจทก์คืนรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยหรือใช้ราคาโจทก์ให้การว่ารถยนต์คันพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ซึ่งมีประเด็นว่ารถยนต์คันพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของพลตำรวจตรีท. หรือไม่ การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้ในขณะที่คดีเดิมยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ว่ารถยนต์คันพิพาทโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับพลตำรวจตรีท.ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าโจทก์มีสิทธิในทรัพย์มรดกของพลตำรวจตรี ท. ด้วยหรือไม่ อันเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมาแล้วในคดีเดิมฟ้องของโจทก์คดีนี้จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 โจทก์ฎีกาเพียงแต่ขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ มิได้ฎีกาขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดี จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 200 บาท แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาคิดตามจำนวนทุนทรัพย์ จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาของพลตำรวจตรีเทพย์ โดยจดทะเบียนสมรสมีทรัพย์สินที่ร่วมกันทำมาหาได้หลายรายการ รวมทั้งรถยนต์กระบะดัทสันหมายเลขทะเบียน 9ย-1999 กรุงเทพมหานครราคาประมาณ 150,000 บาท ซึ่งมีชื่อของพลตำรวจตรีเทพย์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของพลตำรวจตรีเทพย์ตามคำสั่งศาลชั้นต้น คดีหมายเลขแดงที่ 7668/2530 และได้ใช้สิทธิในฐานะส่วนตัวกับฐานะผู้จัดการมรดกฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้น ขอบังคับให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์คันดังกล่าวแก่จำเลย หรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน150,000 บาท ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาบังคับโจทก์ตามคำขอของจำเลยเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 14010/2531 โจทก์ในฐานะภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของพลตำรวจตรีเทพย์มีกรรมสิทธิ์รวมในรถยนต์คันดังกล่าวครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 75,000 บาท ขอบังคับให้จำเลยใช้ราคารถยนต์ดังกล่าวแก่โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 75,000 บาท หากจำเลยไม่สามารถชำระได้ก็ให้นำรถยนต์คันดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง จำเลยให้การว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาวินิจฉัยในคดีหมายเลขแดงที่ 14010/2531 ว่า โจทก์ในคดีนี้ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันพิพาท การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้อีก ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 และ 145 โจทก์ไม่ใช่ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของพลตำรวจตรีเทพย์ และไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในรถยนต์คันพิพาท ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์แถลงรับว่า คดีหมายเลขแดงที่ 14010/2531ของศาลชั้นต้นอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าคดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 14010/2531ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า ในคดีเดิม คือ คดีหมายเลขแดงที่14010/2531 ของศาลชั้นต้น จำเลยได้ฟ้องโจทก์ในคดีนี้ว่า รถยนต์คันพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของพลตำรวจตรีเทพย์ ธีรจันทรานนท์ ขอให้โจทก์คืนรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยหรือใช้ราคา โจทก์ให้การว่ารถยนต์คันพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ซึ่งมีประเด็นว่ารถยนต์คันพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของพลตำรวจตรีเทพย์หรือไม่ การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้ในขณะที่คดีเดิมยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ว่ารถยนต์คันพิพาทโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับพลตำรวจตรีเทพย์ ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าโจทก์มีสิทธิในทรัพย์มรดกของพลตำรวจตรีเทพย์ด้วยหรือไม่ อันเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมาแล้วในคดีเดิม ฟ้องของโจทก์คดีนี้จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 144 ส่วนฎีกาโจทก์ที่ว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยนอกประเด็นนั้นปรากฏว่าคดีนี้จำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144, 145 ศาลชั้นต้น จึงได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทว่า คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำหรือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้อนกับคดีเดิมหรือไม่ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144จึงไม่เป็นการนอกประเด็นดังที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฎีกาเพียงแต่ขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่มิได้ฎีกาขอให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดี จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 200 บาทแต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาคิดตามจำนวนทุนทรัพย์เป็นเงิน1,875 บาท จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินจำนวน1,675 บาท แก่โจทก์" พิพากษายืน และให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินแก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4819/2537 นาง บุญ ดี ธีรจันทรานนท์ โจทก์ นางสาว ทิพยวรรณ ธีรจันทรานนท์ ใน ฐานะ ส่วนตัว และ ใน ฐานะ จำเลย ผู้จัดการมรดก ของ พลตำรวจตรี เทพ ย์ ธีรจันทรานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บุญ ดี ธีรจันทรานนท์ · จำเลย - นางสาว ทิพยวรรณ ธีรจันทรานนท์ ใน ฐานะ ส่วนตัว และ ใน ฐานะ · จำเลย - ผู้จัดการมรดก ของ พลตำรวจตรี เทพ ย์ ธีรจันทรานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 171/2513ฎีกา 2467/2526ฎีกา 5414/2536ฎีกา 1398/2493ฎีกา 1182/2491ฎีกา 420/2501ฎีกา 261/2506ฎีกา 3190/2530ฎีกา 6506/2547ฎีกา 6343/2551ฎีกา 3330-3331/2524ฎีกา 6528/2537ฎีกา 6258/2541ฎีกา 3601/2530ฎีกา 1286-1287/2503ฎีกา 2002/2511ฎีกา 606/2536ฎีกา 2970/2543ฎีกา 5286/2559ฎีกา 7268/2537ฎีกา 7447/2550ฎีกา 6969/2540ฎีกา 2049/2524ฎีกา 5568/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ