⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5147/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5147/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ทรัพย์สินซึ่งมีภาระติดพันอยู่ด้วยนั้น ผู้ให้ไม่มีอำนาจฟ้องขอคืนทรัพย์สินที่ให้เพราะเหตุเนรคุณได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ยกที่ดินให้แก่จำเลยโดยโจทก์ยังมีสิทธิเก็บ ผลประโยชน์ในที่ดินอยู่ตลอดชีวิต แม้สิทธิดังกล่าวจะมิได้มี การจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ตามกฎหมายแต่ก็เป็นภาระ เกี่ยวกับที่ดิน ถือได้ว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภารติดพัน โจทก์จึง ไม่มีอำนาจฟ้องถอนคืนการให้จำเลยเพราะเหตุเนรคุณได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 535(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.535 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนให้โดยเสน่หาซึ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 34 ระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสาม และให้จำเลยทั้งสามดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมถอนชื่อจำเลยทั้งสามออกจากที่ดินแปลงดังกล่าวหากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์จดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสามโดยมีค่าภารติดพันและโดยหน้าที่ธรรมจรรยาโดยจำเลยทั้งสามต้องร่วมกันอุปการะเลี้ยงดูนางหงุ่น บุญมีพี่สาวโจทก์ตลอดชีวิต และโจทก์เป็นผู้รับผลประโยชน์จากที่ดินพิพาทแต่เพียงผู้เดียวจนกว่าโจทก์จะถึงแก่กรรม ทั้งให้จำเลยทั้งสามต้องออกค่าใช้จ่ายจัดการศพของโจทก์ด้วยโดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่ที่ดินพิพาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามที่คู่ความนำสืบรับกันและตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาโดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งเถียงกันว่า จำเลยทั้งสามเป็นหลานของโจทก์และเคยอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของโจทก์ โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นที่นาตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 34 หมู่ที่ 4ตำบลสร้องทอง อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ตามเอกสารหมายจ.4 (ล.1) เมื่อปี 2524 โจทก์ได้ยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้จำเลยทั้งสามคนละหนึ่งในสี่ส่วนโดยจดทะเบียนใส่ชื่อจำเลยทั้งสามถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันกับโจทก์โดยไม่มีค่าตอบแทน แต่โจทก์มีสิทธิเก็บผลประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวตลอดชีวิต พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่โจทก์ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสามโดยโจทก์ยังมีสิทธิเก็บผลประโยชน์ในที่ดินพิพาทอยู่ตลอดชีวิตแม้สิทธิดังกล่าวจะมิได้มีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ตามกฎหมายแต่ก็เป็นภาระเกี่ยวกับที่ดินพิพาท ถือได้ว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภารติดพันโจทก์จึงไม่มีอำนาจถอนคืนการให้จำเลยทั้งสามเพราะเหตุเนรคุณได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 535(2) ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5147/2537 นาง ละ มัย จินต์ แสง โจทก์ นางสาว ภากย์ สุข งาม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ละ มัย จินต์ แสง · จำเลย - นางสาว ภากย์ สุข งาม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมอ อินทรศักดิ์ · นิวัตน์ แก้วเกิดเคน · ดุสิต เพชรปลูก
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 310/2534ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 6663/2538ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517ฎีกา 367/2495ฎีกา 7012/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา