คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5175/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป ก่อนเริ่มพิจารณา ศาลต้องสอบถามจำเลยว่ามีทนายความหรือไม่ หากจำเลยไม่มีและต้องการ ศาลต้องตั้งทนายความให้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชา ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522มาตรา 75 วรรคแรก และมาตรา 76 วรรคสอง แต่ละกระทงมีอัตราโทษจำคุกถึง 15 ปี ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง บัญญัติว่าในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการ ก็ให้ศาลตั้งทนายให้ คดีนี้ศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยเรื่องทนายเสียก่อนเริ่มพิจารณา แต่ได้ดำเนินคดีไปโดยจำเลยไม่มีทนายแล้วพิพากษาลงโทษจำเลย ในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1ได้พิพากษาลงโทษจำเลยอีกโดยไม่ได้ให้ศาลชั้นต้นจัดการเรื่องทนายเสียให้ถูกต้อง เป็นการฝ่าฝืนบทกฎหมายที่กล่าวแล้ว ศาลฎีกาเห็นควรให้ปฏิบัติเสียให้ถูกต้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · จำเลย - นางนิภรณ์ พรหมพิทยารัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ บุณยเนตร · สังเวียน รัตนมุง · สมชาย รังสิกรรพุม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - นางรัชนี สุขใจ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเดิมพัน จรรยามั่น |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา