คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5177/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยา แม้จะไม่ได้นำออกแสดงโดยเปิดเผย แต่หากมีไว้เพื่อขายและพร้อมที่จะขายให้แก่ผู้ที่ต้องการ ถือว่ามีความผิด
หากผู้กระทำความผิดเคยถูกตักเตือนแล้วแต่ยังคงกระทำความผิดซ้ำอีก และมีพฤติการณ์ที่อาจกระทำความผิดได้อีกต่อไป อาจเข้าหลักเกณฑ์ในการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานพยาบาล ได้รับใบอนุญาตให้ขายยาแผนโบราณ และได้รับใบอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณสาขาเภสัชกรรม เมื่อยาของกลางมีไว้เพื่อกิจการค้าของจำเลย และถูกเก็บซุกซ่อนอยู่ในสถานพยาบาล แม้มิได้นำออกแสดงโดยเปิดเผยให้คนทั่วไปทราบ แต่จำเลยพร้อมที่จะนำมาขายให้แก่คนไข้หรือผู้มาขอซื้อได้ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ยา
ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยถูกร้องเรียนจากราษฎรว่าสถานพยาบาลของจำเลยมีพฤติการณ์หลอกลวงคนไข้ว่าสามารถรักษาโรคสารพัด โดยใช้คนขับรถ-สองแถวรับจ้างชักจูงคนไข้ เจ้าหน้าที่เคยตักเตือนจำเลยแล้ว ก็ยังไม่ยอมงดการกระทำอันเป็นการท้าทายเจ้าหน้าที่ โดยอาศัยโอกาสที่ได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ-แผนโบราณสาขาเภสัชกรรม หากปล่อยให้จำเลยประกอบอาชีพต่อไปอาจกระทำความผิดได้อีก กรณีอยู่ในหลักเกณฑ์ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยมาใช้แก่จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.50 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ม.4 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ม.72 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ม.122 พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ม.126 รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวง- · จำเลย - นางเกียงนิล พรรณกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมภพ โชติกวณิชย์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายสิงห์พล ละอองมณี · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายธีระจิต ไชยาคำ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา