⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5667/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5667/2537

ป.วิ.แพ่ง ม.142, 224, 225 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่มีค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกพิพาทตามสัญญาเช่าซึ่งกำหนดไว้โดยชัดแจ้งแล้ว ค่าเช่าเดือนละ 350 บาทแม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท ภายหลังบอกเลิกสัญญามาด้วยทั้งก่อนฟ้องและหลังฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบและออกไปจากตึกพิพาท ค่าเสียหายดังกล่าวมิใช่ค่าเช่า จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ2,000 บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224(เดิม)ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลยยื่นอุทธรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าตึกเลขที่ 2738จากโจทก์อัตราค่าเช่าเดือนละ 350 บาท ก่อนครบกำหนดเวลาตามสัญญาเช่าโจทก์ได้แจ้งแก่จำเลยว่าไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าตึกอีกต่อไป แต่เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญาจำเลยและบริวารยังคงอยู่ในตึกที่เช่าต่อไป โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาพร้อมกับให้จำเลยและบริวารออกจากตึกที่เช่าภายใน 30 วัน แต่จำเลยและบริวารไม่ยอมออกไปทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 17,626 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะส่งมอบและออกไปจากตึกที่เช่า ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกเลขที่ 2738 ถนนสุขุมวิทตำบลบางนา อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าเป็น 2 ฉบับฉบับแรก ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2527 มีระยะเวลาการเช่า3 ปี ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2530 มีระยะเวลาการเช่า 1 ปี 3 เดือน สัญญาทั้งสองฉบับทำพร้อมกันในวันเดียวกันเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายเป็นโมฆะ สัญญาเช่าฉบับที่ 2 จนถึงปัจจุบันจึงเป็นการเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลาการเช่า การบอกกล่าวเลิกสัญญาของโจทก์ไม่มีผลตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวที่ 2738 ให้จำเลยชำระเงิน 9,375 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 2 มิถุนายน 2532) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 4,500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบและออกไปจากตึกพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้เกินกว่าเดือนละ 2,000 บาทไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกพิพาทตามสัญญาเช่าซึ่งกำหนดไว้โดยชัดแจ้งแล้ว ค่าเช่าเดือนละ 350 บาท แม้โจทก์จะเรียกค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท ภายหลังบอกเลิกสัญญามาด้วยทั้งก่อนฟ้องและหลังฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบและออกไปจากตึกพิพาท ค่าเสียหายดังกล่าวมิใช่ค่าเช่าจึงเป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 2,000 บาทต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 (เดิม)ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในข้อนี้ชอบแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยอ้างว่าจำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในศาลชั้นต้นและไม่มีเหตุเพียงพอที่จะยกขึ้นวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า อำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์มีสิทธิในตึกพิพาทหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อกฎหมายดังกล่าว จำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การจึงมิใช่เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 (เดิม)ที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้นั้นชอบแล้ว อนึ่ง ปัญหาข้อกฎหมายนั้นแม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนคู่ความมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะไม่ยกขึ้นวินิจฉัยได้ในเมื่อเห็นสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5)ประกอบมาตรา 246 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5667/2537 นาย โชติหิรัญ เปี่ยม สมบูรณ์ โจทก์ นาง ถาวร เพียร ไพศาลลิขิต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย โชติหิรัญ เปี่ยม สมบูรณ์ · จำเลย - นาง ถาวร เพียร ไพศาลลิขิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมพงษ์ สนธิเณร · สมศักดิ์ วิธุรัติ · ไพโรจน์ คำอ่อน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1079/2497ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 377/2500ฎีกา 2610/2538ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา