คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5743/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับประกันภัยรถยนต์ต้องมีกรมธรรม์และจำนวนเงินเอาประกันภัยที่กำหนดไว้ และผู้รับประกันภัยต้องรับผิดไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่กำหนดในกรมธรรม์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 8 รับผิดชดใช้ค่าเสียหายในฐานะที่จำเลยที่ 8 รับประกันภัยรถยนต์ ซึ่งการรับประกันภัยทุกรายต้องมีกรมธรรม์และมีจำนวนเงินที่เอาประกันภัยอันเป็นวงเงินรับประกันภัยที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์และ ป.พ.พ. มาตรา 877 วรรคท้าย ก็บัญญัติว่า ท่านห้ามมิให้คิดค่าสินไหมทดแทนเกินไปกว่าจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยไว้ ทั้งศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยคนใดต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เพียงใด ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 8 รับผิดต่อโจทก์ 250,000 บาท ซึ่งเป็นวงเงินที่จำเลยที่ 8 รับประกันภัยเท่าที่โจทก์มีสิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งจำเลยที่ 8 ส่งต่อศาลจึงไม่เป็นการนอกประเด็น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด · จำเลย - นายพินิจ ธีรตระกูล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · นิเวศน์ คำผอง · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายเอกชัย เหลี่ยมไพศาล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายอำนวย เต้พันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา