⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6459/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6459/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพยานหลักฐานมีข้อพิรุธสงสัยอันสมควรว่าจำเลยได้กระทำการกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 2 ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจในครั้งแรกนั้นเจ้าพนักงานตำรวจรับแจ้งเฉพาะข้อหาทำร้ายร่างกายหากจำเลยได้กระชากสร้อยคอที่สวมอยู่ที่คอของโจทก์ที่ 2 ไปจริงโจทก์ที่ 2 ก็น่าจะยืนยันให้เจ้าพนักงานตำรวจรับแจ้งในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ด้วย และสร้อยคอที่อ้างว่า จำเลยกระชากไปนั้นหนัก 2 บาท หากจำเลยกระชากสร้อยซึ่งสวมอยู่ที่คอโจทก์ที่ 2 ขาดติดมือไปจริงโจทก์ที่ 2 ก็น่าจะได้รับบาดเจ็บที่คอด้วย แต่ไม่ปรากฏว่ามีบาดแผลที่คอโจทก์ที่ 2 ตามเหตุผลและพฤติการณ์ดังกล่าวมาพยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองมีพิรุธสงสัยอันสมควรว่า จำเลยที่ 2 ได้กระชากสร้อยคอโจทก์ที่ 2 ไปหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 2 เรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 1 และเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่า จำเลย สำนวนแรกโจทก์ที่ 2 ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ที่ 2 มีมูลให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา สำนวนหลังโจทก์ที่ 1 ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 295, 336 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาสร้อยคอทองคำเป็นเงิน 9,000 บาท แก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา295, 336 (ที่ถูก 336 วรรคหนึ่ง) เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำร้ายร่างกายลงโทษจำคุก6 เดือน ฐานวิ่งราวทรัพย์ลงโทษจำคุก 1 ปี รวมลงโทษจำคุก 1 ปี6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาสร้อยคอทองคำเป็นเงิน 9,000 บาทแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า ตอนที่โจทก์ที่ 2 ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจในครั้งแรกนั้นเจ้าพนักงานตำรวจรับแจ้งเฉพาะข้อหาทำร้ายร่างกาย หากจำเลยได้กระชากสร้อยคอทองคำที่สวมอยู่ที่คอของโจทก์ที่ 2 ไปจริงโจทก์ที่ 2 ก็น่าจะยืนยันให้เจ้าพนักงานตำรวจรับแจ้งในข้อหานี้ไว้ด้วยโจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บมีรอยฟกช้ำเฉพาะที่ขาเท่านั้น ไม่ปรากฏว่ามีบาดแผลที่คอแต่อย่างใด สร้อยคอที่อ้างว่าจำเลยกระชากไปนั้นหนัก 2 บาทหากจำเลยกระชากสร้อยซึ่งสวมอยู่ที่คอโจทก์ที่ 2 ขาดติดมือไปจริงโจทก์ที่ 2 ก็น่าจะได้รับบาดเจ็บที่คอด้วย ตามเหตุผลและพฤติการณ์ดังกล่าวมา พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองมีข้อพิรุธสงสัยอันสมควรว่าจำเลยที่ 2 ได้กระชากสร้อยคอโจทก์ที่ 2 ไปหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสอง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6459/2537 นาง บุญ ชู กิจ ลออ เจริญ กับพวก โจทก์ นาย ประกิติ์หรือประกิจ เยาวภา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บุญ ชู กิจ ลออ เจริญ กับพวก · จำเลย - นาย ประกิติ์หรือประกิจ เยาวภา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ คำอ่อน · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา