คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6818/2537
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจัดการทรัพย์มรดกจะต้องทำโดยผู้จัดการมรดกเท่านั้น จึงจะมีผลผูกพันกองมรดก แม้บุคคลนั้นจะเป็นทายาทหรือคู่สมรสของผู้ตายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
สัญญาจะซื้อจะขายรายพิพาทระบุว่าเป็นสัญญาระหว่างนาย ฤ.โดยนาง บ. (จำเลยที่ 1) ผู้จะขายกับโจทก์ผู้จะซื้อ และข้อ 2.2 วรรคสองระบุว่าผู้จะขายตกลงไปขอจัดตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลเพื่อจะโอนที่ดินที่จะขายให้แสดงว่าโจทก์ทราบดีขณะทำสัญญาว่านาย ฤ. เจ้าของที่ดินถึงแก่กรรมแล้ว ดังนั้นการจัดการทรัพย์มรดกจะต้องทำโดยผู้จัดการมรดก จึงจะมีผลผูกพันกองมรดก แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นภริยาของนาย ฤ. แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดก ไม่มีอำนาจทำสัญญารายพิพาทแทนนาย ฤ. ทั้งจะฟังว่าจำเลยที่ 1 ทำในฐานะส่วนตัวก็ไม่ได้เพราะสัญญาระบุไว้ชัดแจ้งว่าทำแทนนาย ฤ. สัญญาจะซื้อจะขายรายพิพาทจึงไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 1 เป็นส่วนตัวหรือกองมรดกของนาย ฤ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทโค้วยู่ฮะเซนเตอร์ จำกัด · จำเลย - นางบุดสี มาเห็ม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายพงษ์ศักดิ์ กิติสมเกียรติ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสมศักดิ์ เนตรมัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา