⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1206/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1206/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการบอกเลิกสัญญาเพราะผิดนัด คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม โดยฝ่ายที่รับเงินไว้ต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ได้รับเงินนั้น

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยเพราะเหตุจำเลยผิดนัดแล้วโจทก์และจำเลยจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมจำเลยต้องคืนเงินที่รับไว้ให้แก่โจทก์โดยบวกดอกเบี้ยคิดตั้งแต่เวลาที่ได้รับไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา391เข้าด้วยไม่ใช่คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินที่ได้รับไปจากโจทก์จำนวน 93,500บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่จำเลยได้รับเงินจากโจทก์ไว้ทั้งหมด จำเลยให้การว่า โจทก์มีสิทธิเรียกเอาดอกเบี้ยตามฟ้องจากจำเลยได้เพียง 5 ปี นับแต่วันผิดนัดเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามจำเลยได้บอกเลิกสัญญาและริบเงินทั้งหมด จำเลยไม่ได้ผิดนัดโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเอาดอกเบี้ยจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 90,550 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2532จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำอื่นขอให้ยก โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินต้น 90,500 บาท นับแต่วันที่1 พฤษภาคม 2523 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 64,481 บาท ตามคำขอท้ายอุทธรณ์ของโจทก์ นอกจากนี้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวนเงิน 100,000 บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่มิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2522 โจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพร้อมบ้านตั้งอยู่ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี กับจำเลยในราคา 280,000 บาท ตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายที่ดินพร้อมบ้านเอกสารหมาย จ.1 โดยโจทก์ผ่อนชำระเงินให้จำเลยแล้ว 90,500 บาท ต่อมาวันที่ 1 พฤศจิกายน 2532 โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยโอนที่ดินพร้อมบ้านให้แก่โจทก์ หรือมิฉะนั้นให้จำเลยคืนเงินที่ได้รับพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี และค่าเสียหายอีกจำนวนหนึ่งให้แก่โจทก์ตามสำเนาหนังสือเอกสารหมาย จ.12 ซึ่งจำเลยได้รับหนังสือโดยชอบแล้วเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2532 ตามใบตอบรับเอกสารหมาย จ.13 แต่จำเลยไม่สามารถโอนที่ดินพร้อมบ้านหลังนั้นให้แก่โจทก์ได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาข้อกฎหมายเป็นปัญหาข้อสุดท้ายว่า โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวตามเอกสารหมาย จ.13 นั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยแล้วโจทก์และจำเลยจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม จำเลยต้องคืนเงินที่รับไว้ให้แก่โจทก์ โดยบวกดอกเบี้ยเข้าด้วย คิดตั้งแต่เวลาที่ได้รับไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 หาใช่คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1206/2538 พันตำรวจเอก สุนทร มงคลหัตถี โจทก์ บริษัท พงษ์สุดา จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันตำรวจเอก สุนทร มงคลหัตถี · จำเลย - บริษัท พงษ์สุดา จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โกษา ปิยสิรานนท์ · บุญศรี กอบบุญ · สละ เทศรำพรรณ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1195/2511ฎีกา 5238/2542ฎีกา 4071/2533ฎีกา 265/2510ฎีกา 223-235/2525ฎีกา 1667/2535ฎีกา 7138/2544ฎีกา 1025/2487ฎีกา 716/2525ฎีกา 367/2517ฎีกา 4921/2549ฎีกา 7705/2544ฎีกา 4179/2539ฎีกา 2732/2522ฎีกา 9652/2539ฎีกา 119/2540ฎีกา 4265/2539ฎีกา 4580/2528ฎีกา 6135/2540ฎีกา 3505/2543ฎีกา 2474/2516ฎีกา 6152/2544ฎีกา 4425/2565ฎีกา 1710/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา