คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลอุทธรณ์สามารถยกปัญหาอายุความขึ้นวินิจฉัยได้ แม้โจทก์มิได้ยกขึ้นเป็นประเด็นแห่งอุทธรณ์ หากคำแก้อุทธรณ์ได้โต้แย้งเรื่องอายุความไว้ และศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นเรื่องอายุความไว้ในชั้นชี้สองสถานแล้ว
2. อายุความของคดีละเมิดให้พิจารณาจากสภาพแห่งข้อหาที่แท้จริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้อง หากคำฟ้องเป็นการเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดโดยมิได้กล่าวถึงการกระทำผิดทางอาญาต่อโจทก์ จะไม่สามารถนำอายุความทางอาญาที่ยาวกว่ามาใช้บังคับได้
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น แม้โจทก์มิได้ยกปัญหาอายุความขึ้นเป็นประเด็นแห่งอุทธรณ์เนื่องจากศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยถึงปัญหาอายุความไว้ แต่คำแก้อุทธรณ์มีประเด็นที่จำเลยทั้งสองได้กล่าวแก้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นได้กำหนดข้อโต้เถียงของคู่ความไว้เป็นประเด็นว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหาอายุความขึ้นวินิจฉัยจึงกระทำได้โดยชอบ
ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดซึ่งเป็นสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายว่าจำเลยทั้งสองได้นำข้อความที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จไปยื่นฟ้องโจทก์กับพวกเป็นคดีอาญาในข้อหาว่าร่วมกันหมิ่นประมาทซึ่งฟ้องในคดีอาญาล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้นนั้น ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงข้ออ้างที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเพื่อให้ฟ้องสมบูรณ์ขึ้นตาม ป.วิ.พ.มาตรา 172วรรคสอง เท่านั้น หาได้เป็นสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ไม่ ดังนั้น เมื่อคำฟ้องโจทก์เป็นการเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด โดยมิได้กล่าวในคำฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำผิดในทางอาญาต่อโจทก์ คดีจึงนับอายุความทางอาญาที่ยาวกว่าตาม ป.พ.พ.มาตรา 448 วรรคสอง ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางประเมียร ติยะวนิช · จำเลย - พันตำรวจโทกฤษณ์ ศิริวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โกษา ปิยสิรานนท์ · บุญศรี กอบบุญ · สละ เทศรำพรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชวเลิศ โสภณวัต · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธิ นิชโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา