คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3375/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สัญญาประนีประนอมยอมความตกเป็นโมฆะ ทำให้หนี้ละเมิดซึ่งเป็นมูลเหตุแห่งสัญญานั้นไม่ระงับสิ้นไป และโจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องบังคับคดีตามมูลหนี้ละเมิดเดิมได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 ทำร้ายร่างกายโจทก์ได้รับอันตรายสาหัส โจทก์มอบอำนาจให้ ร. ทำสัญญาประนีประนอมยอมกับจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1ไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ร. จึงฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ชำระค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นยกฟ้องเนื่องจากสัญญาประนีประนอมยอมความตกเป็นโมฆะดังนั้น สัญญาประนีประนอมยอมความเป็นอันเสียเปล่าเท่ากับว่ามิได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อกัน ถือไม่ได้ว่าหนี้ละเมิดที่จำเลยที่ 1 กระทำต่อโจทก์ซึ่งเป็นมูลเหตุของการทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ยอมสละนั้นระงับสิ้นไปและได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. มาตรา 852 การฟ้องคดีดังกล่าวจึงไม่มีผลต่ออำนาจฟ้องของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิดคดีนี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสละ แตงโสภา · จำเลย - นายสาย กลีบตะขบ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ หัตถกรรม · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายณรงค์ ไพบูลย์วัฒนกิจ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเสงี่ยม คชาธาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา