คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3489/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลอื่นโต้แย้งสิทธิของโจทก์โดยการกระทำการอันเป็นการละเมิด ย่อมถือว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิแล้ว แม้โจทก์จะยังไม่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ให้โจทก์ชำระหนี้และบอกกล่าวบังคับจำนองโดยอ้างว่าโจทก์เป็นหนี้ค้างชำระแก่จำเลยทั้งสอง ทั้ง ๆ ที่โจทก์ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยทั้งสอง จนหนังสือพิมพ์รายวันลงข่าวเป็นเหตุให้โจทก์และครอบครัวได้รับความเดือดร้อน โดยโจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงและถูกผู้ไม่รู้ข้อเท็จจริงดูหมิ่น ขาดความเชื่อถือในสังคมและเพื่อนฝูงในวงราชการ หากเป็นความจริงย่อมเป็นละเมิดถือว่าโจทก์ถูกจำเลยที่ 1 โต้แย้งสิทธิแล้ว โดยไม่จำเป็นที่โจทก์ต้องถูกจำเลยที่ 1ฟ้องร้องก่อน
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1เห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องและไม่อาจพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามคำขอในอุทธรณ์ได้โดยไม่ต้องสืบพยาน ก็ย่อมมีอำนาจพิพากษาให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไปได้ โดยโจทก์หาจำต้องมีคำขอให้รับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประหยัด ประเสริฐสม · จำเลย - ธนาคารสหธนาคาร จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครพนม - นายธวัชชัย สุรักขกะ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายวิชัย วิสิทธิวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา