คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3519/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาต่างตอบแทนมีข้อตกลงให้ฝ่ายหนึ่งโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินโดยปลอดจำนอง และอีกฝ่ายหนึ่งชำระราคา หากฝ่ายที่ต้องรับโอนกรรมสิทธิ์ไม่ชำระราคาภายในกำหนดเวลา ฝ่ายที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์จะอ้างว่าไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ หากตนเองยังไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์โดยปลอดจำนองได้.
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาบังคับให้จำเลยไปโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายโดยปลอดจำนองภายใน 90 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด โดยให้โจทก์ชำระเงินให้จำเลยจำนวน 12,800,000 บาท ในวันโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อโจทก์จำเลยต่างไม่พร้อมที่จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยปลอดการจำนองและชำระเงินกันตามกำหนด 90 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด และผลของคำพิพากษาเป็นการบังคับทั้งโจทก์และจำเลยเช่นนี้ การที่ศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อฝ่ายโจทก์ไม่ชำระเงินให้จำเลย 12,800,000 บาท ภายใน 90 วัน นับแต่คดีถึงที่สุดจำเลยก็ไม่ต้องโอนที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญาต่างตอบแทนแต่อย่างใด ก็เท่ากับเป็นการบังคับเอาแก่โจทก์ฝ่ายเดียว ทั้งที่จำเลยยังไม่สามารถโอนที่ดินให้แก่โจทก์โดยปลอดการจำนองได้ แม้กำหนดระยะเวลา 90 วัน ตามคำพิพากษาได้ผ่านพ้นไปแล้ว ก็มีเหตุที่โจทก์จะไม่ชำระเงินแก่จำเลยเพราะจำเลยยังไม่ไถ่ถอนจำนองที่ดินเพื่อโอนให้แก่โจทก์โดยปลอดการจำนองได้ ดังนั้นจำเลยจะยกเหตุดังกล่าวขึ้นเป็นข้ออ้างไม่ต้องโอนที่ดินแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหาได้ไม่ เมื่อหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวเป็นกรณีที่ต่างฝ่ายต่างมีหนี้ต่อกันแล้วเช่นนั้น โจทก์จำเลยก็มีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีต่อกันได้ต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบันดาล ฤกษ์ชัยดี · จำเลย - นายสมเกียรติ ประเสริฐถาวร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายชลิต กฐินะสมิต · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายอาทิตย์ นุ่นทิพย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา