⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3526/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3526/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะอนุญาตให้พิจารณาใหม่ได้นั้น คู่ความฝ่ายที่ขาดนัดจะต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าตนมิได้จงใจขาดนัด และมีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าไม่ได้จงใจขาดนัดนั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลจะอนุญาตให้พิจารณาใหม่ได้ต้องเป็นกรณีที่ คู่ความขาดนัดพิจารณาและมีเหตุผลสมควรเชื่อว่าคู่ความ ฝ่ายที่ขาดนั้นมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าจำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา แม้จะฟัง ข้อเท็จจริงด้วยว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจาก โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสามออกจากที่ดินและเรียกค่าเสียหาย จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามและบริวารรื้อถอนพืชไร่ออกจากที่ดินของโจทก์ห้ามเกี่ยวข้องและให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องว่า ในวันที่เจ้าพนักงานศาลนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งนั้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไปธุระที่ต่างจังหวัดเมื่อกลับมาก็ไม่พบว่ามีหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่เจ้าพนักงานศาลอ้างว่าปิดไว้ ส่วนในวันที่เจ้าพนักงานศาลนำหมายนัดสืบพยานโจทก์ไปส่งนั้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 ออกไปทำไร่เมื่อกลับมาก็ไม่พบว่ามีหมายนัดปิดอยู่ จำเลยที่ 1 ที่ 2 มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา หากจำเลยที่ 1 ที่ 2ได้ต่อสู้คดีก็จะชนะคดีเพราะที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ที่ 2โดยได้รับการยกให้จากนายเฉลิมชัย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ครอบครองที่ดินพิพาทมาโดยตลอด แต่ยังมิได้เปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ต่อมาจำเลยที่ 1 นำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปมอบให้นายสุพรรณวัดเวียงคำ ยึดถือไว้เพื่อให้ช่วยเหลือฝากงานให้จำเลยที่ 1โจทก์รับโอนที่ดินมาโดยมิชอบ ขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2ไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ แต่จงใจขาดนัดพิจารณาไม่อนุญาตให้ยื่นคำให้การ ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1และที่ 2 ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องเดือนละ 500 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง และข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ แต่จงใจขาดนัดพิจารณา มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ได้หรือไม่ เห็นว่า กรณีที่ศาลอนุญาตให้พิจารณาใหม่นั้นต้องเป็นกรณีที่ขาดนัดพิจารณาและมีเหตุสมควรเชื่อว่าคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดนั้นมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา ฉะนั้น เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 จงใจขาดนัดพิจารณาเช่นนี้ แม้จะฟังข้อเท็จจริงดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ก็ไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้พิจารณาใหม่ได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3526/2538 นาย อุบล ศิริสุนทร โจทก์ นาย สมัย ปราบ ปราณี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย อุบล ศิริสุนทร · จำเลย - นาย สมัย ปราบ ปราณี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 8888/2542ฎีกา 324/2503ฎีกา 1546/2514ฎีกา 5104/2533ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1435/2517ฎีกา 1592/2521ฎีกา 2971/2522ฎีกา 3426/2534ฎีกา 3178/2533ฎีกา 868/2541ฎีกา 961/2532ฎีกา 860/2534ฎีกา 1554/2524ฎีกา 2720/2534ฎีกา 2974/2532ฎีกา 1128/2519ฎีกา 2578/2531ฎีกา 8407/2540ฎีกา 5006/2536ฎีกา 865-875/2530ฎีกา 5444/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา