คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของจำเลยที่ปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ว่าไม่ได้ขายรถยนต์ให้โจทก์ แต่ขายให้บุคคลอื่น และบุคคลนั้นยังชำระราคาไม่ครบถ้วน ถือเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้ที่แตกต่างจากข้ออ้างของโจทก์ ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทขึ้นในคดีที่ศาลต้องวินิจฉัย.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและสามีขายรถยนต์ให้โจทก์โดยวิธีผ่อนชำระ โจทก์ผ่อนชำระหมดแล้ว จำเลยให้การว่าจำเลยและสามีไม่ได้ขายรถยนต์ให้โจทก์ โจทก์ไม่เคยผ่อนชำระค่ารถให้จำเลยและสามี จำเลยและสามีขายรถยนต์ให้บุตรโจทก์ และบุตรโจทก์ยังชำระราคาไม่ครบ โจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาคดีจึงไม่มีประเด็นที่ว่า โจทก์ผ่อนชำระราคารถยนต์ให้จำเลยและสามีหมดสิ้นแล้วหรือไม่ เมื่อศาลฟังว่าโจทก์ซื้อรถยนต์จากจำเลยและสามีแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องโอนทะเบียนรถยนต์ให้โจทก์ ที่ศาลล่างยกประเด็นว่าโจทก์ชำระราคาครบถ้วนแล้วหรือไม่ขึ้นวินิจฉัย จึงไม่ถูกต้อง
ปัญหาว่า คำให้การจำเลยก่อให้เกิดประเด็นหรือไม่เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหร่าย หาขุนทด · จำเลย - นางม้วยเฮงหรือบ้วยเฮง · ยศไตรศรีวิรัตน์ - หรือป้วยเฮง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ บุณยเนตร · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · ธวัชชัย พิทักษ์พล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายวันชัย ศศิโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายกฤษณ์ ผือโย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา