คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4890/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลต้องเป็นไปตามที่คู่ความได้ยกขึ้นว่ากล่าวในฟ้องและในคำให้การของจำเลย หากศาลวินิจฉัยนอกเหนือไปจากที่คู่ความได้ยกขึ้นว่ากล่าว ถือเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะผู้จัดการมรดกของ ย.จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ในฐานะผู้บังคับบัญชาของ ย. ให้ร่วมรับผิดในการที่ ย. ทุจริตยักยอกเงินของโจทก์ไป ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและพิพากษาว่า ย. ไม่ได้ทุจริตยักยอกเงินของโจทก์ แต่การที่ ย. ไม่เก็บรักษาใบสำคัญการจ่ายเงินไว้เพื่อให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบเป็นการประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหายการกระทำของ ย. จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นจึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น และโจทก์ก็มิได้อุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าว การที่โจทก์อุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 รับผิดต่อโจทก์โดยอ้างว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4ไม่ควบคุมดูแลให้ ย. เก็บรักษาใบสำคัญการจ่ายเงินไว้ จึงเป็นการอุทธรณ์นอกฟ้องนอกประเด็นและเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยชอบแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมตำรวจ · ในฐานะผู้จัดการ - นางสมพิศ วังทะพันธ์ · วังทะพันธ์ - มรดกของร้อยตำรวจเอกยุพล · จำเลย - กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล · สวรรค์ ศักดารักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครพนม - นายพิชัยวัฒน์ อุตะเดช · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายมหินทร์ สุรดินทร์กูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา