⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5223/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5223/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทนั้น เป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาของที่ดินพิพาทนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยปักหลักหินบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องและให้จำเลยรื้อถอนหลักหินออกไปจากที่ดินพิพาทจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยปักหลักหินบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยครอบครองมาเกิน 10 ปีแล้วขอให้ยกฟ้อง เป็นการฟ้องเรียกร้องให้ได้ที่ดินพิพาทกลับคืนมาเป็นของโจทก์ ส่วนที่โจทก์ห้ามมิให้จำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องและให้รื้อถอนหลักหินออกไปจากที่ดินพิพาทนั้นเป็นเพียงคำขอเกี่ยวเนื่อง คดีของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามจำนวนราคาของที่ดินพิพาทนั้น เมื่อที่ดินพิพาทมีราคาเพียง 50,000 บาทจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1921และ 1923 เดิมจำเลยและนายพิน ทรงชอบ สามีจำเลยได้เช่าที่ดินของโจทก์ทำนา จำเลยจึงได้ทำการล้างคันนาแนวเขตเสียและนำหลักหินมาปักบุกรุกเข้ามาในที่ดินของโจทก์ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกประมาณ 13 1/2 วา และ 4 วา ตามลำดับ คิดเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน ราคาประมาณ 50,000 บาท โจทก์ให้จำเลยรื้อถอนหลักหินออกไป แต่จำเลยไม่ยินยอมขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน เป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องและให้จำเลยรื้อถอนหลักหินออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยเช่าที่นาของโจทก์ และไม่ได้ทำการล้างคันนาแนวเขต ที่ดินทั้งสองแปลงไม่มีหลักหิน จำเลยไม่เคยปักหลักหินบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยครอบครองมาเกิน 10 ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทตามแผนที่พิพาทหมาย จ.8เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 76 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยรื้อหลักหินออกไปจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คดีของโจทก์เป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์จำเลยปักหลักหินบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน เป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องและให้จำเลยรื้อถอนหลักหินออกไปจากที่ดินพิพาทจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยปักหลักหินบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยครอบครองมาเกิน 10 ปี ขอให้ยกฟ้องเป็นการฟ้องเรียกร้องให้ได้ที่ดินพิพาทกลับคืนมาเป็นของโจทก์ ส่วนที่โจทก์ห้ามมิให้จำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องและให้รื้อถอนหลักหินออกไปจากที่ดินพิพาทนั้นเป็นเพียงคำขอเกี่ยวเนื่อง คดีของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามจำนวนราคาของที่ดินพิพาทนั้น เมื่อที่ดินพิพาทมีราคาเพียง50,000 บาท จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เมื่อจำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้จึงชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5223/2538 นาง รัตนา รุ่งนภา โจทก์ นาง ทอง อยู่ ทรง ชอบ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง รัตนา รุ่งนภา · จำเลย - นาง ทอง อยู่ ทรง ชอบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2575/2520ฎีกา 3618/2528ฎีกา 891/2538ฎีกา 2746/2544ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 5762/2541ฎีกา 1411-1412/2509ฎีกา 1058/2545ฎีกา 2505/2524ฎีกา 2224/2534ฎีกา 4550/2540ฎีกา 4410/2528ฎีกา 1474/2500ฎีกา 2563/2543ฎีกา 10/2548ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2834/2527ฎีกา 9349/2539ฎีกา 6250/2545ฎีกา 6072/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา