⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5995-5996/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5995-5996/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงให้เช่าที่ดินต่อไปในอนาคตเป็นเพียงคำมั่นที่ผู้ให้เช่ามีต่อผู้เช่าเท่านั้น หากผู้เช่ามิได้แสดงเจตนาตอบรับคำมั่นก่อนผู้ให้เช่าถึงแก่ความตาย คำมั่นนั้นย่อมสิ้นผลไปและไม่ผูกพันทายาทของผู้ให้เช่า

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่ามีข้อความว่า "มีกำหนดเวลาการเช่า 10 ปี และให้ผู้เช่ายินยอมต่อสัญญาให้ผู้เช่า 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปีนับแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป" ข้อความตามสัญญาเช่าดังกล่าวเป็นเพียงคำมั่นของ ย.ว่าจะให้โจทก์เช่าที่ดินต่อไปเท่านั้นยังมิได้ก่อให้เกิดสัญญา เมื่อโจทก์ไม่ได้สอนงอรับก่อน ย.ตาย และโจทก์รู้แล้วว่า ย ตายก่อนจะครบกำหนด 10 ปี ตามสัญญาเช่า กรณีต้องบังคับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 360ซึ่งบัญญัติมิให้นำบทบัญญัติมาตรา 130 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่มาตรา 169 วรรคสอง) มาใช้บังคับ คำมั่นของ ย ย่อมไม่มีผลบังคับ แม้สัญญาเช่าข้อ 3 จะระบุให้สัญญาเช่ามีผลผูกพันไปถึงทายาทผู้รับพินัยกรรมของ ย. ด้วยก็ตาม แต่เมื่อคำมั่นของ ย. ไม่มีผลบังคับเสียแล้ว ก็ไม่เป็นมรดกตกทอดอันจะผูกพันจำเลยในฐานะทายาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.169 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.360 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกและจำเลยในสำนวนหลังว่า "โจทก์" และให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ในสำนวนหลังว่า "จำเลย" สำนวนแรกโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายยานทำสัญญาให้โจทก์เช่าที่ดินตามโฉนดเลขที่ 35686 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตมีกำหนด 20 ปี นับแต่วันที่ 7 เมษายน 2531 ในอัตราค่าเช่าสำหรับปีที่ 1 ถึงปีที่ 10 ปีละ 14,000 บาท และปีที่ 11 ถึงปีที่ 20 ปีละ 28,000 บาท โดยมีเงื่อนไขอื่น ๆ ตามสัญญาเช่าและสัญญาเช่าต่อท้ายหนังสือสัญญาเช่าเอกสารท้ายฟ้องและให้จดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตหากจำเลยไม่ปฎิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า สัญญาเช่าระหว่างนายยานกับโจทก์สิ้นสุดลงแล้ว ข้อสัญญาในสัญญาเช่าที่ว่าผู้ให้เช่ายินยอมต่อสัญญาให้ผู้เช่า 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปีนั้น เป็นเพียงคำมั่นที่นายยานให้ไว้แก่โจทก์ เป็นสิทธิเฉพาะตัวเมื่อนายยานถึงแก่กรรม คำนั้นย่อมระงับไป ขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลังจำเลยฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับโจทก์กับบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 35686 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ของจำเลย ห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่อไปกับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเป็นเงิน 6,095,664 บาทและต่อไปอีกเดือนละ 677,296 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินออกไป โจทก์ให้การว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับนายยานมีข้อตกลงให้ โจทก์ต่อสัญญาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี และโจทก์ผู้เช่ายินยอมยกทรัพย์สินที่ปลูกสร้างบนที่ดินที่เช่าแก่นายยานผู้ให้เช่า จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดามีผลผูกพันของนายยานจึงต้องต่อสัญญาเช่าแก่โจทก์ค่าเสียหายไม่มากเท่าที่โจทก์ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์และบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 35686 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป กับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยปีละ 70,000 บาทนับแต่วันครบกำหนดตามสัญญาเช่า (วันที่ 6 เมษายน 2531)เป็นต้นไป จนกว่าโจทก์บริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของจำเลย โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 2.2 ซึ่งมีข้อความว่า "กำหนดเวลาการเช่า 10 ปี และผู้ให้เช่ายินยอมต่อสัญญาให้ผู้เช่า2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี นับแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป" มิใช่คำมั่น และแม้หากจะฟังว่าเป็นคำมั่น เมื่อนายยายผู้ให้คำมั่นตาย คำมั่นก็ไม่สิ้นผล เพราะคำมั่นที่จะให้เช่าที่ดินมิใช่คำเสนอ จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 360 มาใช้บังคับไม่ได้ จึงเป็นมรดกตกทอดไปยังทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 วรรคสอง (ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา 130วรรคสอง) มาตรา 1599 และมาตรา 1600 ทั้งตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 3 ยังระบุให้สัญญาเช่าดังกล่าวมีผลผูกพันไปถึงทายาทผู้รับมรดกตามพินัยกรรมของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายด้วยจึงผูกพันจำเลยในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกของนายยาน จำเลยต้องจดทะเบียนต่อสัญญาเช่าให้แก่โจทก์ตามสัญญาที่นายยานทำไว้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า ข้อความตามสัญญาเช่าข้อ 2.2 ดังกล่าวเป็นเพียงคำมั่นของนายยานว่าจะให้เช่าที่ดินต่อไปเท่านั้นยังมิได้ก่อให้เกิดสัญญา เมื่อโจทก์ไม่ได้สมองรับก่อนนายยานตายและโจทก์รู้แล้วว่านายยานตายก่อนจะครบกำหนด 10 ปี ตามสัญญาเช่า กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา360 ซึ่งบัญญัติมิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 130 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่ มาตรา 269 วรรคสอง) มาใช้บังคับ คำมั่นของนายยานย่อมไม่มีผลบังคับ แม้สัญญาเช่าข้อ 3 จะระบุให้สัญญาเช่ามีผลผูกพันไปถึงทายาทผู้รับพินัยกรรมของนายยานด้วยก็ตาม แต่เมื่อคำมั่นของนายยานไม่มีผลบังคับเสียแล้ว ก็ไม่เป็นมรดกตกทอดอันจะผูกพันจำเลยในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกของนายยานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 130 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่ มาตรา 169 วรรคสอง) มาตรา 1599 และมาตรา 1600 และจำเลยกับบรรดาทายาทของนายยานไม่ได้เป็นคู่สัญญาในสัญญาเช่าด้วยข้อสัญญาตามสัญญาเช่าดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันจำเลยในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกของนายยานเช่นกัน โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยจดทะเบียนต่อสัญญาเช่าให้ไม่ได้ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5995 - 5996/2538 นาย สม ชาย ศิลปานนท์ โจทก์ นาย ประยูร ยอด แก้ว จำเลย นาย ประยูร ยอด แก้ว โจทก์ นาย สม ชาย ศิลปานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สม ชาย ศิลปานนท์ · จำเลย - นาย ประยูร ยอด แก้ว · โจทก์ - นาย ประยูร ยอด แก้ว · จำเลย - นาย สม ชาย ศิลปานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมิทธิ์ วราอุบล · สมาน เวทวินิจ · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2114/2524ฎีกา 770/2486ฎีกา 2241/2521ฎีกา 621/2519ฎีกา 3208/2538ฎีกา 1415/2540ฎีกา 453/2521ฎีกา 2947/2560ฎีกา 1368/2510ฎีกา 3760/2533ฎีกา 7706/2548ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1390/2506ฎีกา 923/2523ฎีกา 953/2505ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1028/2564ฎีกา 876/2492ฎีกา 506/2530ฎีกา 602/2490ฎีกา 2532/2523ฎีกา 4303/2530ฎีกา 1280/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา