คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6095/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ในส่วนของจำเลยที่ 1 แล้ว คดีสำหรับจำเลยที่ 1 เป็นอันยุติ และหากจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ใช้ก็ไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย.
ย่อคำพิพากษา
ในชั้นอุทธรณ์ โจทก์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์สำหรับจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ไปแล้ว ย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นอุทธรณ์ คดีสำหรับจำเลยที่ 1 จึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1มิได้เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ดังนี้ เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ก็ไม่มีหนี้จะให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ใช้มอบหมายให้จำเลยที่ 1 กระทำในหน้าที่ราชการมาร่วมรับผิดต่อโจทก์ได้อีกต่อไป ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ฎีกาแต่ก็เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด · จำเลย - สิบตรีธีระพันธ์ จันทร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · นิเวศน์ คำผอง · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวินัย ภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายธวัชชัย พิทักษ์พล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา