คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6271/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้มีเงินเหลือจากการไถ่ถอนจำนองเพียงพอชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายอื่นได้ทั้งหมด ไม่ถือว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินพอชำระหนี้ และการที่ลูกหนี้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายหนึ่งในระหว่าง 3 เดือนก่อนถูกฟ้องล้มละลาย ไม่ถือว่าเป็นการให้เจ้าหนี้รายนั้นได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีเงินเหลือจากการไถ่ถอนจำนองเพียงพอที่จะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รายอื่นได้ทั้งหมด หาใช่จำเลยไม่มีทรัพย์สินใด ๆ พอจะชำระหนี้ได้ไม่การที่จำเลยนำเงินไปวางชำระหนี้แก่ผู้คัดค้านต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำพิพากษาแม้จำเลยได้กระทำในระหว่างระยะเวลา 3 เดือน ก่อนมีการขอให้ล้มละลาย ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ผู้ร้องไม่มีอำนาจร้องขอให้เพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างจำเลยกับผู้คัดค้านได้ตามมาตรา 115 แห่งพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483
ผู้คัดค้านแก้ฎีกาขอให้ผู้ร้องชดใช้ดอกเบี้ย โดยมิได้ทำเป็นฎีกาศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประสาท สงวนปินะพันธ์ · ผู้ร้อง - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · ผู้คัดค้าน - นายสุวรรณ ชนวิริยะ · จำเลย - บริษัทธนสวัสดิ์ จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย สายเชื้อ · สมาน เวทวินิจ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายพินิจ สายสอาด · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ เพชรรุ่ง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา