คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 759/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาลวงที่มิได้มุ่งจะให้เกิดผลทางกฎหมายย่อมไม่เป็นผลบังคับระหว่างกัน แต่หากบุคคลภายนอกได้สิทธิของตนมาโดยสุจริต การแสดงเจตนาลวงนั้นจะยกขึ้นอ้างปรปักษ์แก่บุคคลภายนอกนั้นไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
เดิมทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลย ต่อมาจำเลยได้โอนขายให้แก่ส. น้องสาวจำเลย หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์พิพาทจากจำเลยเป็นของ ส. แล้ว ส.ได้แสดงความเป็นเจ้าของโดยจำนองทรัพย์พิพาทต่อธนาคารและเพิ่มเงินจำนองอีกหลายครั้งในที่สุด ส.ถูกธนาคารเจ้าหนี้ฟ้องให้ชำระหนี้เงินกู้และบังคับจำนองทรัพย์พิพาท และธนาคารเจ้าหนี้ขอให้บังคับคดียึดทรัพย์พิพาท มีการขายทอดตลาดถึง 10 ครั้ง แต่ขายไม่ได้ ส.จึงขายทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ในราคา 3,950,000 บาท ได้มีการถอนการยึดและชำระหนี้ให้แก่ธนาคารเจ้าหนี้ตลอดระยะเวลาดังกล่าวจำเลยไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าด้านการแสดงออกหรือคัดค้านแต่อย่างใด พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าโจทก์รับซื้อทรัพย์พิพาทโดยสุจริต แม้จำเลยกับ ส. แสดงเจตนาลวงด้วยการสมรู้กันว่ามิได้มีเจตนาซื้อขายทรัพย์พิพาทกันก็ตาม แต่เมื่อโจทก์รับซื้อมาโดยสุจริตก็ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตามป.พ.พ. มาตรา 118 วรรคแรก (เดิม)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบรรจง คุณชยางกูร · จำเลย - นายสุวิทย์ ประชันกิจพัฒนา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล · บรรเทิง มุลพรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำปาง - นายมนูภาร ยศธแลนย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายสุชาติ ถาวรวงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา