⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8039/2538

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8039/2538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- เอกสารที่นำมาแสดงต่อศาล แม้จะรับรองความถูกต้องภายหลังวันยื่นฟ้อง แต่หากพิสูจน์ได้ว่าเอกสารนั้นมีอยู่จริงและถูกต้องตามกฎหมายก่อนวันฟ้อง ก็ถือว่ามีผลสมบูรณ์ - ศาลมีอำนาจในการพิจารณาความสมบูรณ์ของใบมอบอำนาจและเอกสารอื่น ๆ หากมีข้อสงสัยเท่านั้น การไม่รับรองโดยโนตารีปับลิกมิได้ทำให้เอกสารนั้นเสียไปโดยสิ้นเชิง - สำเนาหรือภาพถ่ายเอกสารสามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ หากพิสูจน์ได้ว่าต้นฉบับเอกสารนั้นอยู่กับคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง หรือไม่สามารถนำต้นฉบับมาแสดงต่อศาลได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัทโจทก์และหนังสือรับรองว่าค.เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ พนักงานโนตารีปับลิกแห่งประเทศสิงคโปร์จะได้รับรองความถูกต้องและสถานฑูตไทยประจำประเทศสิงคโปร์ได้รับรองลายมือชื่อและตราประทับของพนักงานโนตารีปับลิกแห่งประเทศสิงคโปร์หลังจากที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ก็ตาม แต่ใบสำคัญจดทะเบียนบริษัทโจทก์ระบุว่าโจทก์จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดตามกฎหมายของประเทศสิงคโปร์ และระบุว่า ค.เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ตั้งแต่ก่อนที่โจทก์จะฟ้องคดีนี้ อีกทั้ง ค. ก็ได้ลงชื่อในใบมอบอำนาจให้ น.ฟ้องคดีนี้ด้วย จำเลยที่ 1 มิได้นำสืบให้ฟังได้เป็นอย่างอื่น ย่อมฟังได้ว่าในวันที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสิงคโปร์และ ค.เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์และได้มอบอำนาจให้ น.ฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 47 นั้น เป็นเรื่องอำนาจของศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับใบมอบอำนาจหรือใบสำคัญและเอกสารอื่น ๆในกรณีที่ศาลมีความสงสัยเท่านั้น หาใช่ว่าหากเอกสารไม่มีการรับรองจากโนตารีปับลิกจะถือว่าเป็นเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ โทรสารใบสั่งซื้อสินค้าที่จำเลยที่ 1 ส่งถึงโจทก์ ต้นฉบับเอกสารจะอยู่ที่จำเลยที่ 1 โจทก์ได้รับโทรสารที่เป็นสำเนาเอกสาร ส่วนใบกำกับสินค้าซึ่งต้นฉบับเอกสารโจทก์ได้ส่งให้แก่จำเลยที่ 1 โจทก์คงมีแต่ภาพถ่ายใบกำกับสินค้าดังนี้ เอกสารเฉพาะที่เป็นโทรสารซึ่งจำเลยที่ 1 ส่งถึงโจทก์และบริษัทในเครือของโจทก์นั้น ต้นฉบับเอกสารจึงอยู่ที่จำเลยที่ 1 ส่วนใบกำกับสินค้านั้นโจทก์มอบต้นฉบับให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ซื้อสินค้า โจทก์คงมีแต่สำเนาหรือภาพถ่ายเอกสารถือได้ว่าโจทก์ไม่สามารถนำต้นฉบับเอกสารมาได้ จึงรับฟังสำเนาหรือภาพถ่ายเอกสารได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 93 (2) ส่วนภาพถ่ายเอกสารที่เหลือซึ่งเป็นโทรสารที่โจทก์ส่งไปถึงจำเลยที่ 1 นั้น ก็เป็นเพียงการตอบโทรสารที่จำเลยที่ 1มีไปถึงโจทก์ ซึ่งแม้หากจะไม่รับฟังเอกสารนี้ ข้อเท็จจริงก็ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1ได้สั่งซื้อสินค้าและรับสินค้าไปจากโจทก์จริง ดังนี้ ปัญหาว่าเอกสารดังกล่าวจะรับฟังได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 93 หรือไม่จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสวารอฟสกี้ สิงคโปร์เทรดดิ้ง พีทีอี จำกัด · จำเลย - บริษัทเอสเอ็มแอนด์เอ็มโฮลดิ้งส์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุณยเนตร · สมาน เวทวินิจ · ธวัชชัย พิทักษ์พล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นางสดศรี สัตยธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย บุญพราหมณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4940/2539ฎีกา 6993-6996/2542ฎีกา 2216/2553ฎีกา 1596/2529ฎีกา 1470/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1022/2552ฎีกา 15690/2553ฎีกา 2905/2552ฎีกา 540/2535ฎีกา 149/2526ฎีกา 583/2548ฎีกา 254/2520ฎีกา 2423/2550ฎีกา 4861/2543ฎีกา 8222/2540ฎีกา 2570/2525ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2295/2543ฎีกา 1170/2505ฎีกา 128/2492ฎีกา 4562/2536ฎีกา 1509/2531ฎีกา 3821/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา