คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8751/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างทำของเป็นสัญญาต่างตอบแทน สิทธิของผู้รับจ้างที่จะได้รับสินจ้างขึ้นอยู่กับผลงานที่ทำไปตามสัญญา ผู้คัดค้าน (เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์) มีอำนาจไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาได้ หากเห็นว่ามีภาระเกินกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้
ย่อคำพิพากษา
สัญญาระหว่างผู้ร้องกับจำเลยเป็นสัญญาจ้างทำของที่ก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่แก่คู่สัญญาที่จะต้องพึงปฏิบัติตอบแทนซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือถ้าพิจารณาในด้านของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างย่อมมีสิทธิที่จะได้รับผลงานตามสัญญา แต่ในขณะเดียวกันผู้ว่าจ้างก็มีหน้าที่ต้องจ่ายสินจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นการตอบแทนด้วยในทำนองเดียวกันหากพิจารณาในด้านของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างย่อมมีสิทธิที่จะได้รับเงินสินจ้างและในขณะเดียวกันผู้รับจ้างก็ต้องทำงานให้แก่ผู้ว่าจ้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาด้วย ดังนั้น สิทธิที่จะได้รับเงินค่าจ้างของจำเลยจึงขึ้นอยู่กับผลงานที่จำเลยได้กระทำไปตามสัญญาจ้างทำของอันมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน และสัญญาดังกล่าวนี้ย่อมตกอยู่ในบังคับมาตรา 122 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 กล่าวคือ หากผู้คัดค้านเห็นว่าสิทธิตามสัญญามีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ ผู้คัดค้านย่อมมีอำนาจไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.122
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทออยส์เทรดดิ้งประเทศไทย จำกัด · ผู้ร้อง - กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - บริษัทอาเซี่ยนไทยแหลมทองธุรกิจ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สะสม สิริเจริญสุข · สมาน เวทวินิจ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมจิตร อินทรวิมลเมธา · ศาลอุทธรณ์ - นายอรรถสิทธิ์ ร่มไทรทอง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา