⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2376-2378/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2376-2378/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจบอกเลิกสัญญาที่ลูกหนี้เป็นคู่สัญญา หากสิทธิตามสัญญามีภาระเกินกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้ร้องกับพวกทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน และสัญญาว่าจ้างปลูกสร้างอาคารกับจำเลยที่ 1 ผู้ร้องกับพวกคงค้างชำระเงินตามสัญญาดังกล่าวเป็นเงิน 506,370 บาท จำเลยที่ 1 ยังไม่ได้โอนที่ดินให้ผู้ร้องกับพวก แต่ กลับนำที่ดินตาม สัญญาดังกล่าวและที่ดินอื่นรวม 31 โฉนด ไปจำนองบริษัท ส. จำกัด ในวงเงิน8,000,000 บาท ต่อมาศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1 เด็ดขาด บริษัท ส. จำกัด ยื่นขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน โดย ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินที่จำนองและขอรับชำระหนี้สำหรับหนี้จำนวนที่ขาดจากยอดหนี้10,589,687.88 บาท ตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 96(3) ดังนี้ เมื่อสิทธิตาม สัญญาที่จำเลยที่ 1 จะได้รับเงินจากผู้ร้องกับพวกเป็นเงินจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับความยุ่งยากหรือภาระที่จะต้อง ปฏิบัติให้เป็นไปตาม สัญญา จึงเป็นกรณีที่สิทธิตาม สัญญามีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านมีอำนาจที่จะไม่ยอมรับทรัพย์สินหรือสิทธิตาม สัญญานั้นโดย บอกเลิกสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้ร้องกับพวกได้ ตาม พระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 122

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.509 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.728 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.96 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.122

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสามเด็ดขาด เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๒๖ และพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ ผู้ร้องกับพวกได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสัญญาว่าจ้างปลูกสร้างอาคารกับจำเลยที่ ๑ผู้ร้องกับพวกชำระเงินให้จำเลยที่ ๑ บางส่วนแล้ว เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ ๑เด็ดขาด ผู้ร้องกับพวกยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้ปฏิบัติตามสัญญาแทนจำเลยที่ ๑ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยำคำร้องของผู้ร้องกับพวก ผู้ร้องกับพวกฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งกลับคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้น มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องกับพวกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องกับพวกฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ให้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสัญญาว่าจ้างปลูกสร้างอาคารกับจำเลยที่ ๑ และผู้ร้องทั้งสามได้ชำระเงินบางส่วนให้แก่จำเลยที่ ๑ แล้ว ผู้ร้องที่ ๑ คงค้างชำระเงินตามสํญญาจำนวน๒๑๔,๓๗๐ บาท ผู้ร้องที่ ๒ คงค้างชำระเงินตามสัญญาจำนวน ๑๙๒,๐๐๐ บาท และผู้ร้องที่ ๕ ค้างชำระเงินตามสัญญาจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยที่ ๑ ยังไม่ได้โอนที่ดินให้แก่ผู้ร้องทั้งสามตามสัญญา กลับนำที่ดินตามสัญญาดังกล่าวและที่ดินแปลงอื่น ๆ รวม ๓๑ โฉนดไปจดทะเบียนจำนองไว้ที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เงินสากลจำกัด เป็นประกันในวงเงิน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ ๑เด็ดขาดบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เงินทุนสากล จำกัด ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันโดยขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนอง และขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนเงินที่ขาดอยู่จากยอดหนี้ จำนวน๑๐,๕๘๙,๖๘๗.๘๘ บาท ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๖(๓)ศาลชั้นต้นอนุญาต มีปัญหาในชั้นฎีกาว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านจะปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ทำไว้กับจำเลยที่ ๑ ได้หรือไม่ เห็นว่ากรณีนี้ จำเลยที่ ๑ มีสิทธิที่จะได้รับเงินจากผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ร่วมกันเป็นเงิน๕๐๖,๓๗๐ บาท แต่ที่ดินพิพาทและที่ดินแปลงอื่น ๆ รวม ๓๑ โฉนด ได้จดทะเบียนจำนองรวมกันเป็นเงิน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท และผู้รับจำนองขอให้ขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวซึ่งเป็นสิทธิของผู้รับจำนองในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านเพียงแต่มีหน้าที่ขายทรัพย์โดยปลอดจำนองเพื่อนำเงินไปชำระหนี้จำนองเท่านั้น การที่ต้องขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวแสดงให้เห็นได้ว่า จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถไถ่ถอนจำนองที่จะต้องใช้เงินจำนวนมาก และเมื่อพิเคราะห์ดูสิทธิตามสัญญาที่จำเลยที่ ๑ จะได้รับจากผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ แล้วเห็นว่าเป็นเงินจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับความยุ่งยากหรือภาระที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาจึงเป็นกรณีที่สิทธิตามสัญญามีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านมีอำนาจที่จะไม่ยอมรับทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญษนั้นได้ โดยบอกเลิกสัญญาเสียทั้งฉบับตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๒๒ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2376 - 2378/2532 ธนาคารเอเซีย จำกัด โจทก์ พันเอกบุญเถลิง อนะมาน กับพวก ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน ห้างหุ้นส่วนจำกัดสายสัมพันธ์นิเวศน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารเอเซีย จำกัด · ผู้ร้อง - พันเอกบุญเถลิง อนะมาน กับพวก · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสายสัมพันธ์นิเวศน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 523/2497ฎีกา 5352/2536ฎีกา 1510/2552ฎีกา 1052/2480ฎีกา 1369/2479ฎีกา 7630/2540ฎีกา 1289/2514ฎีกา 1216/2538ฎีกา 829/2483ฎีกา 5711/2541ฎีกา 3345/2525ฎีกา 2826/2536ฎีกา 1730/2520ฎีกา 1217/2530ฎีกา 2221/2553ฎีกา 558/2509ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 2694/2535ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา