คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ตราสารที่ไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์เพียงแต่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งมิได้เท่านั้น หาได้บัญญัติว่าตราสารนั้นไม่สมบูรณ์. การซื้อขายที่ดินมือเปล่าที่ยังไม่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ มีผลสมบูรณ์เมื่อผู้ขายส่งมอบการครอบครองให้แก่ผู้ซื้อ.
ย่อคำพิพากษา
ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 118 ตราสารใดที่ไม่ปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์เพียงแต่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งมิได้เท่านั้น หาได้บัญญัติว่าตราสารเช่นว่านั้นไม่สมบูรณ์อย่างใดไม่ โจทก์จำเลยตกลงท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นเดียวว่า สัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ มิได้ท้ากันว่าจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้หรือไม่ ดังนั้นที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่าสัญญาซื้อขายไม่สมบูรณ์เพราะมิได้ปิดอากรแสตมป์ จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่ถูกต้อง
ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่ายังไม่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การซื้อขายจึงไม่อาจกระทำโดยการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ฉะนั้นการซื้อขายที่ดินที่พิพาทตามเอกสารหมาย จ.1 จึงมีผลสมบูรณ์ที่จะให้ผู้ขายส่งมอบที่ดินที่ครอบครองให้แก่ผู้ซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1378 แล้ว สัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 จึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลย จำเลยสละและมอบการครอบครองให้โจทก์แล้วได้ขอเช่าจากโจทก์ เมื่อครบกำหนดการเช่าโจทก์ให้จำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์ จำเลยไม่ยอมทำและยังคงทำการเพาะปลูกในที่พิพาทและไม่ชำระค่าเช่าโจทก์จึงให้จำเลยออกจากที่พิพาท จำเลยไม่ยอมออก ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท
จำเลยให้การว่าจำเลยไม่เคยขายที่พิพาทให้โจทก์หรือเช่าที่พิพาทจากโจทก์สัญญาซื้อขายตามฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีพยานรับรองให้ครบถ้วน
ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยแถลงรับว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่ายังไม่มี ส.ค.๑ หรือ น.ส.๓ จำเลยขายที่พิพาทให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขายหมาย จ.๑ และได้เช่าจากโจทก์จริง โจทก์จำเลยตกลงท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นเดียวว่าเอกสารหมาย จ.๑ สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ หากศาลวินิจฉัยว่าเป็นเอกสารสมบูรณ์ จำเลยยอมแพ้ แต่ถ้าศาลวินิจฉัยว่าเอกสารหมาย จ.๑ ไม่สมบูรณ์ โจทก์ยอมแพ้
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายหมาย จ.๑ สมบูรณ์ตามกฎหมายพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาซื้อขายตามเอกสารหมาย จ.๑ ที่โจทก์ส่งศาลไม่ปิดอากรแสตมป์จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ ตราสารใดที่ไม่ปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์เพียงแต่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งมิได้เท่านั้น ประมวลรัษฎากรมาตรา ๑๑๘ หาได้บัญญัติว่า ตราสารเช่นว่านั้นไม่สมบูรณ์อย่างใดไม่ คดีนี้คู่ความตกลงท้ากันให้ศาลวินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๑ สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่มิได้ท้ากันว่า จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้หรือไม่ ฉะนั้น ที่จำเลยฎีกาโต้แย้งมาว่าสัญญาซื้อขายนี้ไม่สมบูรณ์เพราะมิได้ปิดอากรแสตมป์ จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่ถูกต้องอย่างไรก็ตามโดยที่ที่ดินพิพาทนี้เป็นที่ดินมือเปล่ายังไม่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การซื้อขายจึงไม่อาจกระทำโดยการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ ฉะนั้น การซื้อขายที่ทำเป็นเพียงหนังสือสัญญาดังเช่นเอกสารหมาย จ.๑ นี้จึงมีผลสมบูรณ์ที่จะให้ผู้ขายส่งมอบที่ดินที่ครอบครองให้แก่ผู้ซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๘ แล้ว สัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.๑ นี้ จึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2518
นายแก้ว ณรงค์เดชกุล โจทก์
นายเยี่ยม ถาวร ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายแก้ว ณรงค์เดชกุล · ล. - นายเยี่ยม ถาวร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บัญญัติ สุชีวะ · เดช วุฒิสิงห์ชัย · ผสม จิตรชุ่ม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายธยุติ รัตนเสน · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตนสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา