คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9024/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคดีเกี่ยวพันกันและศาลชั้นต้นรวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน การฟังพยานหลักฐานก็ต้องฟังรวมกัน หากจำเลยไม่เป็นความผิดในคดีที่สามารถฎีกาได้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาถึงข้อเท็จจริงในคดีที่ต้องห้ามฎีกาด้วย
ย่อคำพิพากษา
แม้คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 18442/2535 และหมายเลขแดงที่ 19080/2536 ของศาลชั้นต้น จำเลยจะฎีกาไม่ได้เพราะต้องห้ามมิให้ฎีกาตามป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่คดีทั้งสองสำนวนดังกล่าวนั้นศาลชั้นต้นได้รวมพิจารณากับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 19081/2536 ของศาลชั้นต้น เพราะโจทก์และโจทก์ร่วมฟ้องและนำสืบว่าจำเลยออกเช็คพิพาททั้งสามสำนวนรวม13 ฉบับ เพื่อชำระหนี้ค่าทำรองเท้าตามใบส่งของเอกสารหมาย จ.14 หรือจ.18 รวมราคา 300,000 บาทเศษ เช่นเดียวกัน คดีทั้งสามสำนวนจึงมีมูลกรณีเดียวกัน เป็นคดีเกี่ยวพันกัน และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกันแล้ว การฟังพยานหลักฐานก็ต้องฟังรวมเป็นคดีเดียวกัน เมื่อจำต้องฟังพยานหลักฐานรวมกันเช่นนี้ หากการกระทำของจำเลยในสำนวนใดไม่เป็นความผิดแล้ว ศาลฎีกาก็ย่อมมีอำนาจพิจารณาไปถึงข้อเท็จจริงในสำนวนนั้นด้วยเมื่อคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 19081/2536 ของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาและศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 18442/2535 และหมายเลขแดงที่ 19080/2536 ของศาลชั้นต้น ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาถึงคดีดังกล่าวทั้งสองสำนวนได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๓๘ นายลี่แผน คูณสิริไพบูลย์ · จำเลย - ๘ นางอารีย์ เก่งทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงดุสิต - นายวิธูร คลองมีคุณ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรูญวิทย์ ทองสอน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา